การสรรหาและคัดเลือกพนักงานขาย

วัตถุประสงค์ของการสรรหาและคัดเลือกพนักงานขาย คือ เพื่อที่ให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาปฏิบัติงานการขายและให้บริการลูกค้า ให้บรรลุเป้าหมายหรือผลกำไรตามที่คาดไว้ การคัดเลือกพนักงานขายจะง่ายขึ้นถ้ารู้ว่าต้องการพนักงานขายที่มีคุณสมบัติอย่างไร จุดเริ่มต้นในการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขายที่ดีคือการสอบถามจากลูกค้า ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักจะบอกว่าพนักงานขายที่ดีควรมีความซื่อสัตย์ เชื่อถือได้มีความรู้ และเต็มใจช่วยเหลือ วิธีการที่ดีที่สุดในการสรรหาและคัดเลือกพนักงานขายนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำไปใช้ของแต่ละองค์การโดยการสรรหาและคัดเลือกพนักงานขายมีขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอน คือ กำหนดคุณสมบัติของพนักงานขายหาแหล่งที่มาของพนักงานขายกำหนดวิธีการสรรหากระบวนการคัดเลือกเมื่อได้มีการกำหนดรายละเอียดงานของพนักงานขายแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการแสวงหาพนักงานขายที่มีความเหมาะสมตามที่ได้กำหนดไว้ แหล่งที่จะสามารถแสวงหาพนักงานขายได้อาจแบ่งออกเป็นแหล่งภายในบริษัท(Internal source) และแหล่งภายนอกบริษัท (External source) แหล่งภายในบริษัท คือ แหล่งภายในของบริษัทเอง ได้แก่ การแนะนำจากพนักงานขายปัจจุบันของบริษัทผู้บริหารของบริษัท และอาจได้มาจากการสับเปลี่ยนโยกย้ายภายในบริษัท เป็นต้นแหล่งภายนอกบริษัท ได้แก่ ข้อมูลจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีการเรียนการสอนในด้านการขายจากพนักงานขายของบริษัทคู่แข่งซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จากพนักงานขายของบริษัทอื่นๆที่ไม่ใช่คู่แข่ง จากลูกค้าของลูกค้า จากสมาคมด้านการขาย จากสำนักงานจัดหางาน หรือจากการรับสมัครจากบุคคลภายนอกที่เข้ามายื่นใบสมัคร เป็นต้นการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขายการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขายเริ่มต้นจากการวิเคราะห์งาน ผู้บริหารต้องสามารถวิเคราะห์ให้ได้ว่าพนักงานขายควรต้องมีงานอะไรบ้างเพื่อจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารสามารถกำหนดรายละเอียดงานของพนักงานขายได้ นอกจากนั้นจากการวิเคราะห์งานจะสามารถกำหนดได้ว่าพนักงานขายต้องมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้าง บุคลิกของพนักงานขายที่ดีควรเป็นอย่างไร ความชำนาญพิเศษที่ต้องการ ความสัมพันธ์กับลูกค้า หน้าที่ในการให้บริการ ฯลฯเมื่อทราบถึงรายละเอียดของงานแล้วจะทำให้สามารถกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขายที่ต้องการได้ในแง่ของรายละเอียดด้านบุคคลที่เกี่ยวกับงานขาย การฝึกอบรม ประสบการณ์ ความสามารถและอื่นๆทั้งนี้ในการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขายที่จะคัดเลือกควรต้องแน่ใจให้ได้ว่าสิ่งที่กำหนดเหล่านั้นจะช่วยให้เกิดความสำเร็จในงานขายจริง มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการสรรหาและคัดเลือกได้ หาแหล่งที่มาของพนักงานขายเมื่อได้มีการกำหนดรายละเอียดงานของพนักงานขายแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการแสวงหาพนักงานขายที่มีความเหมาะสมตามที่ได้กำหนดไว้ แหล่งที่จะสามารถแสวงหาพนักงานขายได้อาจแบ่งออกเป็นแหล่งภายในบริษัท (Internal source) และแหล่งภายนอกบริษัท (External […]
4 เทคนิคการขายแบบไม่ขาย

ผู้นำองค์กรที่ผมว่านี้ก็คือใครก็ตามที่เป็นระดับผู้บริหารยันเจ้าของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2B หรือ B2C ถ้าคุณอ่านบทความนี้แล้วมีตำแหน่งตั้งแต่ C-Level, Director, SVP, CEO, MD, GM, Chairman, President, etc. คุณคงสงสัยว่า “ผู้นำองค์กรไม่ใช่เซลล์ แต่ทำให้ยอดธุรกิจโตได้อย่างไร?” ผมกำลังจะเอาข่าวดีมาบอกนี่แหละครับที่ตำแหน่งบนนามบัตรของคุณทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงโรคระบาดอีกรอบก็ตาม จงเอาตำแหน่งที่คุณมีนี่แหละครับมาช่วยบูสต์ยอดขายให้กับองค์กร มาดูกันเลยว่าทำอย่างไร ที่สำคัญคือง่ายแบบปอกกล้วยเข้าปากซะด้วย 1. ผู้นำองค์กร (Enterprise Leader) ควรลุกขึ้นมาทำ Personal Marketing เดี๋ยวนี้เลย ยุคนี้เป็นยุคที่ถ้าคุณสามารถ “เอาตัวเข้าแลก” กับยอดขายได้ด้วยการปั้นตัวเองให้ดังซะเลย ยิ่งดังก็ยิ่งขายง่ายเพราะคนรู้จักคุณง่ายกว่าแบรนด์สินค้าเสียอีก แถมยังมี Platform ที่หลากหลายในการปั้นตัวเองให้ดัง โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เพียงแต่วิธีนี้คุณจะต้องจิตแข็ง ใจต้องนิ่ง เพราะยิ่งดังมากก็ยิ่งมีคนเกลียดขี้หน้ามาก วิธีการก็ง่ายๆ คือไปจ้างมืออาชีพมาดูว่าชีวิตคุณมีอะไรที่สามารถปั้นให้คนมาสนใจได้ ส่วนใหญ่มักใช้ไอเดียจากคุณที่อาจจะสู้ชีวิตมาก่อน มีเทคนิคขั้นเทพในการพัฒนาองค์กร แบ่งปันความรู้ เป็นต้น 2. ออกไปขายสินค้าพร้อมกับลูกน้องได้เลยเพราะมีความน่าเชื่อถือสูงกว่านักขายทั่วไป ระดับเจ้าของหรือผู้บริหารออกโรงเอง ใส่สูทผูกไทแถมยังกล้าคลุกฝุ่นเข้าไปขายของลูกค้า ยอดขายมักไหลมาเทมาเพราะขายได้ง่ายกว่า น่าเชื่อถือ ลูกค้ารู้สึกว่าคุณใส่ใจพวกเขามากๆ […]
4 เทคนิคการขายแบบไม่ขาย

บางคนเวลาถูกถึงงานขายก็จะกลัวขึ้นมาทันที หรือเวลาสมัครงานก็พยายามเลี่ยงงานเซลล์เพราะเป็นการขาย คิดว่าตัวเองขายไม่เป็น พูดไม่เก่ง ไม่มีประสบการณ์ และข้ออ้างอื่นๆสารพัด วันนี้บทความนี้เขียนไว้เพื่อช่วยคุณ หรือหากคุณเป็นคนหนึ่งชอบการขายอยู่แล้ว บทความนี้จะยิ่งช่วยให้คุณขายงานได้ง่ายขึ้น เหนื่อยน้อยลงแต่ผลลัพธ์มากขึ้น เพราะวันนี้ผมจะมาแชร์ “4 เทคนิคการขายแบบไม่ขาย” แค่ฟังดูก็แจ๋วแล้วใช่มั้ยล่ะครับ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย 1. ขายด้วยการพูดความจริง จริงใจ ได้ผล โดยที่ไม่ต้องโน้มน้าวใดๆ ทั้งสิ้น ใช่แล้วล่ะครับ คุณต้องพูดเนื้อๆ แบบเดียวกับหมัดอัพเปอร์คัตซึ่งไม่ต้องเอาแต่แย้ป (พูด) อะไรมาก ด้วยการบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าสินค้านี้จะช่วยให้ลูกค้าได้คุณค่าที่ดีอย่างไร แก้ปัญหาสิ่งที่พวกเขาประสบอยู่ได้ยังไงบ้าง หรือว่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับสินค้าและวิธีแก้ปัญหาโดยไม่หวังผลว่าลูกค้าจะซื้อ ให้เพราะอยากให้ อยากให้ลูกค้าดีขึ้น รับรองว่าลูกค้าอยากจ่ายเงินให้คุณมากกว่านักขายพูดมากเสียอีกครับ 2. ทำเดโม่ให้เห็นกับตาแบบเข้าใจง่ายไปเลย มุกนี้ใช้กันเยอะมากกับการขายสินค้าที่มั่นใจว่าเจ๋งจริง พรีเมี่ยม คุณสมบัติขั้นเทพ ซึ่งถ้าคุณขายสินค้า นวัตกรรม สิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ แนะนำว่าจงโชว์ให้ลูกค้าดูเลยจะดีกว่า เหมือนกับสินค้าขั้นเทพอย่าง Dyson, Apple, Porsche, etc. ซึ่งของมันจะอยู่เฉยๆ และเป็นเดโม่ในตัวมันเองเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสความเจ๋งของสินค้าแบบฟรีๆ ลูบได้ คลำได้ ทดลองใช้ได้ ไม่มีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่าการขายที่ลูกค้าสัมผัสแล้วชื่นชอบจนอยากได้มาครอบครองนั่นเองครับ […]
4 วิธีการป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือ ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากลักษณะการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งโต๊ะทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ไม่ได้ขยับลุกไปไหน บางคนต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เกือบตลอดเวลา ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกายหลายระบบ เช่น มีปัญหาปวดกล้ามเนื้อจากการนั่งทำงานนาน อาการชาที่มือเนื่องจากการกดทับเส้นประสาทที่มือ ปวดเสียดท้องจากการทานอาหารไม่ตรงเวลา สมรรถภาพของร่างลดลงเนื่องจากไม่มีเวลาออกกำลังกาย ฯลฯ ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อ ได้แก่ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial pain syndrome) ปวดหลังจากท่าทางไม่เหมาะสม (Postural back pain) เส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ (Carpal tunnel syndrome) นิ้วล็อค (Trigger finger) นอกจากนี้ระบบอื่นของร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากการนั่งทำงานอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน ปวดศีรษะจากความเครียด ภาวะอ้วน เป็นต้น อาการผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ผู้ที่ต้องทำงานลักษณะเดิมต่อเนื่อง อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน เช่น นั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง ไม่ได้ลุกไปไหน หรือนั่งทำบัญชีเร่งด่วนตอนปลายเดือน ผู้ที่มีอาการปวดบริเวณไหล่ ต้นคอ สะบัก […]
4 ปัจจัยที่มีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงาน

เคยสงสัยมั้ยครับว่าเพื่อนที่เรียนจบจากสถาบันเดียวกัน คณะเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไปสัก 10 ปี แต่ละคน มีความก้าวหน้าในหลายๆด้านแตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน บางคนได้ดิบได้ดีถึงขั้นเป็นผู้บรหารระดับสูง อยู่ในบริษัทชั้นนำ บางคนได้เป็นเจ้าของธุรกิจ เทียบกับบางคนที่งานอาจจะฟังดูลุ่มๆ ดอนๆ วันนี้ Gen Z ManPower จะมาแชร์ 4 ปัจจัยที่มีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงาน ขอบอกเลยว่าไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวกับเรื่องเลียแข้งเลียขาอะไรแบบนั้นอย่างแน่นอน 1. ดวง ดวง เป็นไม่กี่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่มันก็มีผลมากอยู่เหมือนกัน ไล่ตั้งแต่การได้อยู่ในองค์กรที่ดี เป็นขาขึ้น ทีมงานเพียบพร้อม หรือแม้แต่เรื่องความเสน่หาโดยหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีม ก็มีผลต่อการส่งเสริมในหน้าที่การงานทั้งนั้น อารมณ์ประมาณคุณหน้าตาดี ร่าเริง แล้วสมัครเข้าทำงานทีมขาย หัวหน้าชอบคุณเพราะความน่ารักน่าเอ็นดู ถูกชะตา จึงโฟกัสคุณค่อนข้างมากและถ้าคุณเอาถ่านตามน้ำได้ คุณก็จะไปไกลกว่าคนอื่นแน่นอน รวมไปถึงโอกาสที่โปรไฟล์เข้าตาบริษัทใหญ่โต ตำแหน่งดี เงินดี ก็ต้องพึ่งดวงอยู่บ้าง 2. นิสัย ต้องเป็นคนนิสัยดี ซึ่งอาจจะวัดเป็นตัวเลขยาก แต่ก็ต้องขอย้ำว่าจำเป็นต้องลงมือทำและศึกษาการเป็นคนที่นิสัยดีให้ได้ แล้วลองถามตัวเองเสมอว่าตัวเองมีอุปนิสัยแบบนี้แล้วหรือยัง จากนั้นให้ถามเพื่อนร่วมงาน แฟน พ่อแม่ เพื่อให้พวกเขาออกความเห็นอีกแรง โดยนิสัยที่สำคัญและต้องมี มีดังนี้ Coachable […]
9 กลยุทธ์จิตวิทยา ที่ทำให้ชีวิตการทำงานคุณ ง่ายขึ้น!!

การสื่อสารกับคนอื่นนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การสื่อสารให้ตรงใจกับคุุณและเขาเป็นเรื่องยากทีเดียว เพราะคุณไม่รู้เลยว่าต้องแสดงออกแบบไหนถึงจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ดี นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรเรียนรู้วิธีทางด้านจิตวิทยาง่ายๆเพื่อความราบรื่นใน ชีวิตทำงาน และสร้างเพื่อนร่วมงานดีๆไว้ 1. มองตาอีกฝ่ายเมื่อคุณได้รับคำตอบที่ไม่พอใจ บางครั้งเราอาจจะไม่ชอบคำตอบที่ได้มา และบางครั้งเราไม่เข้าใจมัน แทนที่จะถามซ้ำหรือถามคนอื่นแทน ใช้มองตาอีกฝ่าย การมองจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตกอยู่ใต้ความกดดันหรือจนมุม ซึ่งสามารถใช้แรงกดดันนี้ให้เขาอธิบายเพิ่มเติมได้ 2.นิ่งไว้เมื่ออีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่ ใช้ความอดทนเมื่ออีกฝ่ายเสียงดังใส่ นิ่งไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะความเงียบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดไปเอง และสุดท้ายก็จะมาขอโทษคุณเอง 3.นั่งใกล้กับคนที่เกรี้ยวกราดเมื่อรู้ว่าต้องทะเลาะกันในที่ประชุม หากคุณรู้ว่าวันนี้จะต้องเข้าประชุมและต้องได้ถกเถียงประเด็นปัญหากับอีกฝ่าย จงเลือกที่นั่งข้างๆเขา เพราะไม่ใช่แค่คุณที่จะรู้สึกทำอะไรไม่ถูก เขาเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เวลาที่จะพูดถกเถียงกับคุณ เขาจะเรียบเรียงได้ยากขึ้นและลดดีกรีความเกรี้ยวกราดได้ 4.หากอยากเป็นที่จดจำจงจำชื่อคนให้ได้ทุกคน อยากเป็นหนุ่มป๊อบ สาวป๊อบในที่ทำงาน เริ่มจาก “จำชื่อคนอื่นให้ได้” เพราะการเริ่มทักคนด้วยการเรียกชื่อ จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพิเศษขึ้นมาทันที และอยากจะพูดคุยกับคุณ 5.เขียนความคิดที่ทำให้คุณเครียด การทำงานในแต่ละวัน นำพาความเครียดมาให้คุณอยู่หรือเปล่า หากใช่ เขียนมันลงกระดาษ ระบายมันออกไป และทิ้งมันซะ เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งนี้จะทำให้คุณโฟกัสการทำงานได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเมื่อคุณได้ระบายให้ใครฟัง ความโกรธเคืองในใจจะยิ่งลดลงไป 6.ลดตัวเลือกให้กับตัวเองเมื่อตัดสินใจไม่ได้ บางคนชอบการมีตัวเลือกให้มากเข้าไว้ เพราะจะได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ หากความจริงแล้ว ยิ่งมีเยอะเท่าไหร่ยิ่งเลือกยากเท่านั้น ทางที่ดี ควรตัดตัวเลือกให้เหลือเพียง 4 ตัวเลือก เพราะเป็นตัวเลขที่ทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้ […]
สมรรถนะ (Competency) ของบุคลากร HR เขาวัดจากอะไรบ้าง

ในปัจจุบันมีการสรุปความที่ลงรายละเอียดเพิ่มขึ้นโดยกล่าวว่า สมรรถนะ (Competency) ก็คือ ความรู้ (Knowledge), ทักษะ (Skill) ตลอดจน คุณลักษณะส่วนบุคคล (Personal Characteristic of Attributes) ที่ส่งผลต่อการแสดงพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งจำเป็นและมีผลทำให้บุคคลนั้นปฎิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ดียิ่งขึ้น และเหนือผู้อื่น หรือเหนือกว่าเกณฑ์รวมถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ สมรรถนะ (Competency) ในขอบข่ายของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลนั้นก็มีความชัดเจนอยู่พอสมควรทีเดียว เราลองมาดูกันดีกว่าว่าสมรรถนะจะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง 1.องค์ความรู้ (Knowleade) : คือความรู้ที่บุคคลนั้นมีอยู่ อาจเป็นความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจเองมาแต่กำเนิด หรือเป็นความรู้ที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ก็ได้ 2.ทักษะ (Skill) : คือความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญเฉพาะตัวขึ้น และสามารถนำไปปฎิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะนี้เกิดขึ้นได้ทั้งจากพรสวรรค์ ตลอดจนการศึกษาและฝึกฝนเป็นประจำ 3.แนวความคิดส่วนบุคคล (Self Concept) : คือกรอบความคิด ค่านิยม การรับรู้ และสิ่งที่ยึดถือส่วนตัวที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นการตีความส่วนบุคคล 4.คุณสมบัติประจำตัว (Traits) : คือคุณสมบัติส่วนบุคคลที่รวมถึงบุคลิกลักษณะ นิสัยใจคอ ตลอดจนการกระทำต่างๆ ที่ทำจนเกิดเป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคลนั้นขึ้น รวมไปถึงความสามารถต่างๆ ของบุคคลนั้นด้วย […]
6 สิ่งที่ต้องทำ เพื่ออัพเงินเดือน

หนึ่งในเป้าหมายของคนทำงานส่วนมาก นอกเหนือจากเรื่องส่วนตัวทั่วๆไปแล้ว ซึ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำงานกังวลและให้ความสำคัญมากที่สุดนั่นก็คือเรื่องเงินเดือนนั่นเอง เพราะเงินเดือนแม้ว่าจะไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จในการทำงานแต่ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงฝีมือและความขยันของตัวเราได้เป็นอย่างดี คนส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องการขอขึ้นเงินเดือนเพิ่ม ด้วยว่าไม่รู้จะเริ่มยังไง คิดว่าขอไปคงไม่ได้ บางคนตำแหน่งสูงขึ้นแต่เงินเดือนเท่าเดิมก็มี และที่หนักไปว่านั้นคือบางคนทำงานที่บริษัทเดิมมาหลายปีแต่เงินเดือนแทบจะเท่ากับตอนแรกที่เริ่มสตาร์ททำงาน ด้วยพิษเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อในทุกๆ ปีนั้นทำให้ค่าครองชีพในปัจจุบันสูงไปด้วย บางเดือนมนุษย์เงินเดือนเรียกได้ว่าใช้เงินเดือนชนเดือนเลยทีเดียว เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว! มาลองดู 6 วิธีที่จะช่วยให้คุณหลุดไปจากวงโคจรนี้และมีเงินเดือนเพิ่มซะทีกันดีกว่า ฝึกทักษะภาษาเพิ่ม ในช่วงหลายปีนี้ AEC ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น การลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาเปิดบริษัทในประเทศไทยมีเยอะ ดังนั้นความต้องการของบุคลากรที่ใช้ภาษาอังกฤษได้จึงเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก คุณอาจจะไม่ต้องเก่งอังกฤษในทุกด้าน แต่ขอให้มีความรู้ด้านการพูดไว้จะเป็นดี การมีคะแนนโทอิคสูงๆ และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างยอดเยี่ยมนั้น จะเป็นใบเบิกทางชั้นดีไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่งในบริษัทเดิม หรือว่าขอเงินเดือนที่มากขึ้นก็สามารถเป็นไปได้ ถ้าคุณเก่งอังกฤษ และภาษาจีนก็เป็นอีกภาษาที่คุณควรเรียน เพราะมันเป็นใบเบิกทางให้คุณไปในระดับสากลได้เลย เลือกทำงานกับบริษัทที่มีสวัสดิการดีเยี่ยม การที่เงินเดือนคุณในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง ปัจจัยจากตัวคุณเองนั้นก็เป็นส่วนนึงว่าคุณเป็นคนขยันและมีความรับผิดชอบแค่ไหน แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้นั้นก็คือตัวบริษัทที่คุณทำงานอยู่นั่นเอง ถ้าบริษัทคุณมีผู้บริหารที่มีน้ำใจนักกีฬา มองเห็นถึงความสำคัญของพนักงานและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีผลประกอบการที่ดี สวัสดิการเป็นเลิศ มีโบนัสให้แล้วล่ะก็ เรื่องการขึ้นเงินเดือนนั้นก็จะไม่ใช่ปัญหาที่น่าหนักใจสำหรับคุณอีกต่อไป ย้ายบริษัทที่ทำงาน กรุณาลบความคิดอย่าง “ฉันจะทำงานที่บริษัทนี้จนกว่าฉันจะเกษียณ” ไปได้เลย เพราะในสมัยปัจจุบันนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ด้วยเศรษฐกิจตอนนี้ไม่มีอะไรน่าใว้วางใจ บริษัทมีการปลดพนักงานออกอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของตัวคุณที่ต้องหาโอกาสและเปิดโอกาสให้ตัวเองลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ลองสมัครพวกเว็ปไซต์หางานเอาไว้ พยายามดูฐานเงินเดือนของแต่ละบริษัทและนำมาเปรียบเทียบกับบริษัทที่คุณทำอยู่ดูสิ ถ้าคุณเปรียบเทียบและเห็นว่าบริษัทที่คุณเป็นพนักงานอยู่นั้นยังคงอยู่กับที่ด้วยฐานเงินเดือนเดิมๆ บางทีคุณก็ควรที่จะเปิดโอกาสย้ายที่ทำงานใหม่เพื่อเงินเดือนที่สูงและสวัสดิการที่ดีขึ้น […]
5 เทคนิคการพูด ให้คนฟังชอบคุณ

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยได้ยิน “พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี”(แดง) ซึ่งแปลว่าการพูดนั้นสำคัญและมีบทบาทสำคัญในชีวิตของเราเยอะมาก คุณอาจจะเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการพูดให้คนไม่ชอบกันมาบ้างแล้ว ทีนี้ลองจิตนาการถึงประสบการณ์ใหม่ๆที่ เมื่อคุณนำไปปรับใช้ คุณจะได้รับประโยชน์มหาศาลเพียงแค่เพราะคุณพูดเป็น ไล่ตั้งแต่คนคุยด้วยจะชื่นชอบคุณมากขึ้น ลูกค้าไว้วางใจและตัดสินใจซื้อคุณในที่สุด ไปจนถึงการจีบสาวซึ่งบอกเลยว่ามีแต่ข้อดีให้กับชีวิตจริงๆ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าคนพูดดีคือคนที่ตอแหลเก่งอะไรแบบนั้นนะครับ คนพูดดีนอกจากจะมีทักษะการพูดที่ดีแล้ว ยังต้องพูดความจริง มีความจริงใจ ไม่โกหกตอแหล ไม่งั้นก็กลายเป็นคนที่ดีแต่พูดได้และส่งผลเสียแทนครับ วันนี้ GEN Z MANPOWER จะมาแชร์ 5 เทคนิคการพูด ให้คนฟังชอบคุณ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ 1. ไม่จับมือถือระหว่างการคุยเลย ถ้าคุณคุยกับบุคคลสำคัญ ส่วนใหญ่เรื่องนี้คงไม่หลุดเท่าไหร่ แต่จงใส่ใจกับคนรอบข้างที่คุณมักจะคิดไปเองว่าเพราะคุ้นเคยกันแล้ว จึงคุยไปเล่นมือถือไป นิสัยนี้เลี่ยงได้ต้องเลี่ยงนะครับ ถ้าคุยแล้วคุณโฟกัสจริงๆ กับเก็บมือถือไว้กับตัว ไม่เอามาเล่นระหว่างคุย รับรองว่ามีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเยอะมากๆ เลย 2. อย่าพูดแทรก เป็นจุดตายของคนที่ชอบพูดหรือพูดเก่ง เวลาคนอื่นกำลังคุยอยู่ จงอดทนฟังให้คนคนนั้นพูดจบและไม่พูดอะไรต่อซักประมาณ 2-3 วินาที จากนั้นก็ค่อยเป็นฝ่ายพูด แค่นี้คนที่คุยกับคุณก็ไม่รู้สึกรำคาญเท่ากับคนที่ชอบพูดแทรกแล้วล่ะครับ ไม่มีอะไรน่าเบื่อเท่ากับคนที่ขัดคุณพูดตลอดเวลา 3. ก็อปปี้สีหน้าท่าทางคนพูด เป็นวิธีที่ง่ายเพื่อให้คนพูดรู้สึกว่าคุณเข้าใจพวกเขา เช่น คนพูดพูดเรื่องตลก คุณก็ควรมีสีหน้าท่าทางที่ตลก ยิ้มแย้ม […]
5 เทคนิค สร้างทักษะความเป็นผู้นำ

ทักษะความเป็นผู้นำ (Leadership Skills) ถือว่าเป็น “ทางรอด” จากการเป็นลูกจ้างระดับปฎิบัติการจนก้าวไปสู่ระดับผู้จัดการหรือผู้บริหารได้ในที่สุด ผมจะบอกข้อดีของการได้ขึ้นเป็นผู้บริหารองค์กรหรือว่าจะนำทักษะนี้ไปทำธุรกิจส่วนตัวก็ได้ ดังนี้ครับ – รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเป็นลูกจ้างระดับ 3-5 เท่า เงินเดือนแสนสองแสนขึ้นไปแน่นอน – ทำงานสบายขึ้น (เรื่องจริง) คือมีลูกน้องคอยทำงานหรือดูโปรเจคให้จนคุณสบายขึ้น – งานส่วนใหญ่เน้นในส่วนการตัดสินใจ การเลือกใช้คนให้ถูกกับงาน การเข้าพบลูกค้าใหญ่ – ได้หน้าได้ตาแน่นอนในกรณีที่องค์กรของคุณประสบความสำเร็จ ทำยอดขายทะลุเป้า – มีโอกาสได้ออกสื่อหรือเป็นตัวแทนบริษัทในการเข้าร่วมงานต่างๆ – คอนเนคชั่นทางธุรกิจหรือโอกาสในการทำงานระดับสูงอีกมากมาย (ถ้าคุณเจ๋งจริง) เอาแค่ 6 อย่างนี้ ผมก็เชื่อว่าเป็นงานที่คนทำงานแบบมืออาชีพหลายๆ คนใฝ่ฝันแล้วล่ะครับ แต่อย่างที่บอก หลายๆ คนมักไม่รู้ตัวว่าต้องเตรียมตัวหรือพัฒนาศักยภาพของตนเองมากแค่ไหนถึงจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้ เพราะตำแหน่งนี้ก็เปรียบได้กับ “ปิรามิด” ที่คนที่ถูกเลือกถึงจะได้อยู่ตรงจุดนั้น ความลับของการไปถึงตรงนั้นก็คือทักษะความเป็นผู้นำนั่นเอง เก่งงานอย่างเดียวไม่พอครับ คุณจำเป็นต้องสร้างทักษะนี้ด้วยตนเองหรือรับการโค้ชชิ่งและลงมือทำให้ได้ 1. สร้างได้จากทักษะการสื่อสารที่ดี เบสิคของการสื่อสารที่ถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กก็ไล่ตั้งแต่การพูดจาแบบมีหางเสียง น้ำเสียงน่าฟัง พูดให้ชัดเจน คิดก่อนพูดอยู่เสมอ และควรมีกาละเทศะในการพูด แก่นแท้ของการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมก็คือ “การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นตลอดเวลา” เคล็ดลับก็คือลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นคนฟังแล้วจะรู้สึกอย่างไรนั่นเอง เพราะคุณเองคงไม่อยากได้ยินคำพูดอะไรที่ไม่เข้าหูแน่ๆ ทักษะชั้นสูงของเรื่องนี้คือเวลาคุณพูดหรือถามอะไร […]