กลับมาอีกครั้ง

โปร. Genz เปย์ไม่อั้น สำหรับลูกค้าเก่า เพียงติดต่อคุยรายละเอียด และตัดสินใจใช้บริการภายใน 7 วัน รับทันที่ ส่วนลด 10 % ลูกค้าใหม่ ไม่ต้องเสียใจ เพียงติดต่อคุยรายละเอียด และตัดสินใจใช้บริการภายใน 7 วัน รับทันที่ ส่วนลด 5 % วันนี้ – 31 ก.ค 66 หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ
ลูกน้องมีหลายประเภท หัวหน้าควรรับมืออย่างไร??

ในขณะที่หลายๆคนมักจะพูดถึงการเป็นผู้นำ เจ้านาย หรือหัวหน้างาน ที่มักจะเต็มไปด้วยข้อเสียที่ต้องปรับปรุง แต่ในอีกมุมหนึ่งไม่ใช่แค่ลูกน้องหรอกที่อยากมีเจ้านายดีๆ อีกมุมหนึ่ง เจ้านายเองก็อยากมีลูกน้องที่น่ารัก ทำตามคำสั่ง พูดง่าย เข้าใจง่าย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่แบบที่คนเป็นเจ้านายไม่ต้องมาปวดหัว เพราะฉะนั้นวันนี้เพื่อให้หัวหน้าทุกคน สามารถคุมลูกน้องได้อย่างอยู่หมัด เรามีเคล็ดลับการรับมือกับลูกน้องแต่ละประเภทมาฝากกัน 1. ลูกน้องจอมดื้อ ลูกน้องประเภทที่สั่งงานอะไรก็ยากเย็น ปกครองลำบาก เถียงคำไม่ตกฟาก พูดอะไปก็ไม่ฟัง ถึงฟังก้แอบต่อต้านในใจ แบบนี้มันน่าจะลบทิ้งจากกระดานจริงๆ แต่ถ้าลูกน้องคนนั้นฝีมือดีล่ะ? วิธีแก้ : พฤติกรรมที่เจ้านายหรือหัวหน้าทุกคนควรทำก็คือ ตั้งสติ ใจเย็น แล้วลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเขาให้มากที่สุด และอาจจะเสนองานให้เขาดูแลเองไปเลย 1 โปรเจคต์ โดยไม่ต้องเข้าไปก้าวก่ายกับวิธีการทำงาน มอบอิสระให้กับเขานั่นเอง 2. ลูกน้องที่อายุมากกว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อายุมากกว่า ทำให้คนเป็นลูกน้องอาจจะแข็งขืนกับหัวหน้าได้ ซึ่งลูกน้องประเภทนี้มักจะมีความมั่นใจสูง คิดว่าตัวเองมีประสบการณ์มากกว่า ทำให้หัวหน้าอาจจะปกครองได้ลำบากสักหน่อย วิธีแก้ : ทางที่ดีให้พยายามรับฟัง เปิดใจ และให้โอกาสเขาได้นำเสนอประสบการณ์ของเขา อาจจะมีคำพูดเป็นพิเศษเมื่อมีการมอบหมายหน้าที่ให้เขาทำ และดูอยู่ห่างๆ ว่าคุณจะช่วยซัพพอร์ตในการทำงานของเขาได้ยังไงบ้าง 3. ลูกน้องจอมขี้เกียจ มีเยอะเลยทีเดียว ลูกน้องที่วันๆ เอาแต่เม้ากับเพื่อนร่วมงาน ดูซีรีส์ […]
Coming Soon

เตรียมพบกับกิจจกรรมที่จะสามารถสร้างอาชีพให้กับคุณได้ในอนาคต Workshop ทำไอศกรีม Homemade กิจกรรมที่ทำให้บุคลากรของคุณได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการทำไอศกรีม โดยมีคุณครูคอยช่วยสอนวิธีการทำและดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งยังได้ชิมไอศกรีมฝีมือของตัวเองอีกด้วย . หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower
เหตุผลที่ไม่ควรดูถูกว่างานคนอื่นง่าย

🙏 เหตุผลที่ไม่ควรดูถูกว่างานคนอื่นง่าย 🙏 ข้อคิดสำหรับการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ซึ่งในสังคมการทำงาน มักจะมีคำพูดประมาณว่างานของคนนี้/คนนั้นไม่มีความสำคัญอะไรหรือเป็นงานที่ง่ายๆ บางคนถึงขั้นพูดกันว่าฝ่ายนั้น แผนกนั้นมีไว้ทำไม?? เหตุผลที่ไม่ควรด่างานคนอื่นง่าย หรือไปมองว่างานใครกระจอกในสายตาเรา เพราะ 1. สิ่งที่เรามอง แต่ไม่ได้ทำ มันมักจะง่ายเสมอ 2. เราไม่มีทางรู้ว่า แต่ละคนต้องเจออะไรบ้าง 3. สิ่งที่เราเคยทำ ในวันนั้น กับสิ่งที่คนอื่นทำอยู่ ณ วันนี้ แม้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่อุปสรรคหน้างาน และความลำบากในการทำงานอาจจะแตกต่างกันจากช่วงเวลา 4. งานหนักไม่ทำให้ใครตาย ไม่ใช่เรื่องจริง 5. สุดท้ายแล้ว มันก็แค่เข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น หวังรีดศักยภาพคน แต่อย่าลืมว่าทุกคนต้องนอน ต้องมีชีวิตเพื่อใช้ชีวิต ไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตื่นมาทำงานแล้วตายไป และจงอย่าคิดว่าทุกคนจะสามารถทำงานได้เท่ากันทุกคน เพราะแต่ละคนมีวิธีการใช้ชีวิตที่ต่างกัน หากต้องการสรรหาพนักงานที่มีคุณภาพทักหาเราสิคะ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower เครดิต : HR Thailand
พบกันเร็วๆนี้ Workshop ทำไอศกรีม Homemade

✨ พบกันเร็วๆนี้ ✨ Workshop ทำไอศกรีม Homemade กิจกรรมที่ทำให้บุคลากรของคุณได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการทำไอศกรีม โดยมีคุณครูคอยช่วยสอนวิธีการทำและดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งยังได้ชิมไอศกรีมฝีมือของตัวเองอีกด้วย 💙 ✅สอนตั้งแต่เริ่มต้น ✅การันตี มือใหม่ทำได้ชัวร์ ✅ได้ทั้งความรู้เพิ่มประสบการณ์ แปลกใหม่ . 🧡 สนใจกิจกรรมดีๆ ทักหาเราได้เลยค่ะ 🧡 หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower
คนที่ฉลาดทางอารมณ์ เค้าวางตัวอย่างไรและมีนิสัยอย่างไร

คนที่ฉลาดทางอารมณ์ เค้าวางตัวอย่างไรและมีนิสัยอย่างไร 1) รู้ตัวเองอยู่เสมอ (Self-Awareness) – ตระหนักรู้เสมอว่าตัวเองรู้สึกอะไร ทำอะไรอยู่ และรู้ตัวเสมอว่าสิ่งที่กำลังแสดงออกส่งผลต่ออารมณ์คนอื่นอย่างไร 2) เห็นใจ เอาใจใส่ผู้อื่น (Empathy) – การเข้าใจคนอื่น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดอะไร จะทำให้เราสามารถวางตัวร่วมกับคนอื่นได้ และยังเป็นนิสัยที่คนส่วนใหญ่อยากเป็นเพื่อนด้วยอีกด้วย 3) การควบคุมตนเอง (Self-Regulation) – เป็นความสามารถในการวางตัว และควบคุมตัวเอง คิดก่อนทำอยู่เสมอ 4) มีแรงจูงใจ (Motivation) – ความสามารถในการทำอะไรให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว เราสามารถมีแรงจูงใจในการเดินไปถึงตรงนั้นได้สิ่งนี้จะทำให้คน ๆ นี้ สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้น 5) ความสามารถในการเข้าสังคม (Social Skills) – สามารถเข้าสังคมได้ อยู่กับคนหลากหลายรูปแบบได้อย่างราบรื่น รวมถึงมีความสามารถในการสื่อสาร สิ่งนี้จะทำให้คนนี้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ง่ายขึ้น 6) ความสามารถในการแสดงออก (Expressiveness) – คนบางคนจะแสดงอารมณ์ออกมาตรง ๆ ตามความคิดของตัวเอง ซึ่งหลายครั้งอาจจะทำให้อยู่ในสังคมได้อย่างไม่ราบรื่น หรืออาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจได้ง่าย เพราะฉะนั้นคนที่สามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสม จะเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้ดีกว่า […]
ทักษะที่ HR จำเป็นต้องมีในอนาคต

การวางแผนกลยุทธ์: HR ต้องสามารถวางแผนกลยุทธ์ที่เข้ากับวิสัยทัศน์และเป้าหมายขององค์กร และสามารถชี้เเนะแนวทางการบริหารองค์กร และช่วยสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรได้ ความเข้าใจในเทคโนโลยีและการนวัตกรรม: การนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กรในยุคปัจจุบัน HR ควรมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น ระบบจัดการทรัพยากรบุคคล (HRIS) และเทคโนโลยีการสร้างรูปแบบในการทำงาน เพื่อให้สามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ HR ได้ การจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์: HR ต้องมีทักษะในการจัดการข้อมูลทรัพยากรบุคคลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นมูลค่าและแนวโน้มที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ HR สามารถตัดสินใจและกำหนดกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีมูลค่า การสื่อสารระหว่างบุคคล: HR เป็นตัวกลางที่สื่อสารระหว่างองค์กรและพนักงาน ทักษะการสื่อสารที่ดีช่วยให้ HR สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับคนในองค์กรในทุกระดับได้ รวมถึงการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ทักษะการทำงานร่วมกันและการทำงานในทีม: HR ต้องมีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและในทีม การทำงานร่วมกันและการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ HR และการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพให้แก่พนักงานและองค์กร การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง: HR ควรมีทักษะการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เนื่องจากสภาวะการทำงานและการบริหารทรัพยากรมนุษย์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้และการพัฒนาตนเองเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปรับตัวและเติบโตในบทบาทของ HR ธุรกิจและองค์กรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาทักษะที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยให้ HR มีความสามารถในการทำงานและตอบสนองต่อสถานการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสภาวะปัจจุบันและในอนาคต เครดิต : HR Thailand
เนื้อหาของ Pulse Survey และตัวอย่างคำถาม

Pulse Survey เป็นแบบสอบถามที่จะช่วยให้องค์กรเข้าใจความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานในแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตการทํางาน จากคำถามที่ส่งให้กับพนักงานเป็นประจำในแต่ละหัวข้อ เช่น Pulse Survey ของคุณไม่จำเป็นต้องรวบรวมคำถามในทุกแง่มุมของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องถามในสิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับ เป้าหมาย และสิ่งที่ต้องการติดตามในองค์กรของคุณ โดยควรที่จะเน้นถามเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องและสำคัญต่อองค์กรของคุณเท่านั้น
เคล็ดลับในการทำ Pulse Survey ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด

คุณในฐานะผู้นำองค์กรหรือผู้จัดการจะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก Pulse Survey ก็ต่อเมื่อรู้วิธีใช้เครื่องมือนี้อย่างถูกวิธี เพื่อที่จะเปลี่ยน Pulse Survey ให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ผู้นำองค์กรและผู้จัดการควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้: Pulse Survey อาจดูเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้ง่ายและให้ข้อมูลที่สำคัญต่อองค์กรได้เป็นอย่างดี แต่ความท้าทายที่แท้จริงของการทำ Pulse Survey คือการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ เครดิต : https://blog.happily.ai/th/what-is-a-pulse-survey/
Pulse Survey ต่างจากแบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีอย่างไรบ้าง ?

ความถี่: Pulse Survey จะถูกส่งให้พนักงานเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต่างจากแบบสำรวจประจำปีที่ถูกส่งให้พนักงานเพียงแค่ปีละครั้ง Pulse Survey อาจถูกส่งเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส ความถี่ในการส่ง Pulse Survey นั้นไม่มีกฏตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับว่า บริษัทของคุณต้องการเห็นผลจากการสำรวจบ่อยแค่ไหน และ บริษัทของคุณสามารถตอบสนองต่อผลลัพธ์ได้เร็วแค่ไหน ความเฉพาะเจาะจง: Pulse Survey มักจะเน้นถามคำถามทีละหัวข้อหรือเป็นชุดหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกัน ในขณะที่แบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีอาจครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ในการทำงานที่กว้างกว่า ความยาว: Pulse Survey นั้นสั้นกว่าแบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีคำถามเพียงแค่ 1 ถึง 15 ข้อเท่านั้น สำหรับจำนวนคำถามที่ต่างกัน หาก Pulse Survey ถูกส่งในความถี่ที่มากขึ้น จำนวนคำถามที่มีก็ควรจะน้อยลง ในการทำ Pulse Survey สามารถทำได้ในความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งก็จะส่งผลให้ความยากในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปปฏิบัติได้นั้นมีความยากที่ไม่เท่ากัน Pulse Survey แบบรายวันอาจให้ข้อมูลที่แม่นยำและเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคุณ […]