Pulse Survey มีประโยชน์อย่างไร ?

Pulse Survey มีประโยชน์อย่างไร ?

สำหรับพนักงาน: Pulse Survey เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Well-being) เนื่องจากจะทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการดูแลเอาใจใส่มากขึ้น พนักงานสามารถได้รับการช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและทันท่วงทีผ่าน Feedback ที่ให้กับผู้จัดการของพวกเขาเป็นประจำ สำหรับผู้นำและผู้จัดการ: Pulse Survey ช่วยให้ผู้นำและผู้จัดการเข้าใจความรู้สึกและสภาพจิตใจของพนักงาน รวมถึงความท้าทายที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ได้ทันเวลาและได้ดียิ่งขึ้น และนำ Feedback ของพนักงานมาดำเนินการต่าง ๆ ในเวลาที่เหมาะสมเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับพนักงานอย่างทันท่วงที สำหรับองค์กร: Pulse Survey ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลง และดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการลดอัตราการลาออกและเพิ่ม Engagement ของพนักงาน เพราะองค์กรสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาที่พนักงานมีและเผชิญอยู่ได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญที่สุด Pulse Survey จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร และสร้างความสามัคคีในหมู่พนักงาน เนื่องจากพนักงานได้มีส่วนร่วมในการพูดคุยถึงหัวข้อต่าง ๆ ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อพนักงานมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพูดคุยในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับงาน พวกเขามีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นในฐานะทีม หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ 

มาทำความรู้จัก Pulse Survey กัน

มาทำความรู้จัก Pulse Survey กัน

Pulse Survey เป็นเทคนิคหนึ่งที่ทำเพื่อให้ได้มุมมองหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับบรรยากาศในที่ทำงานที่รวดเร็ว แต่ได้ข้อมูลจำกัด หรือก็คือ แบบสำรวจความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานขนาดพอดีคำ เป็นชุดคำถามสั้น ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยคำถามประมาณ 1 ถึง 15 ข้อ และถูกส่งให้พนักงานเป็นประจำ ตัวอย่าง Pulse Survey อาจดูเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้ง่ายและให้ข้อมูลที่สำคัญต่อองค์กรได้เป็นอย่างดี แต่ความท้าทายที่แท้จริงของการทำ Pulse Survey คือการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการพนักงานเจ๋งๆ ติดต่อเราสิคะ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ  เครดิต : https://blog.happily.ai/th/what-is-a-pulse-survey/

เหตุผลที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง

เหตุผลที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง

เหตุผลที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานมีอะไรบ้าง 1. คุณสมบัติหรือความรู้ไม่ตรงตามที่บริษัทต้องการ : ผู้สมัครงานอาจจะมีความไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติที่ระบุไว้ในประกาศสมัครงาน หรือผู้สมัครงานอาจไม่มีความรู้หรือทักษะที่เพียงพอต่อตำแหน่งนั้น หลังจากที่ได้เข้าไปสัมภาษณ์งานกับทางบริษัท 2. ประสบการณ์ทำงานไม่เพียงพอ : ผู้สมัครงานไม่มีประสบการณ์ทำงานในสายงานหรือตำแหน่งที่สมัคร หรือประสบการณ์ของผู้สมัครงานไม่เพียงพอเทียบกับผู้สมัครงานคนอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้คุณไม่ผ่านการสัมภาษณ์ 3. ไม่มีการเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ : ผู้สมัครงานอาจไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับบริษัทหรือตำแหน่งงานที่ได้สมัคร หรือไม่ได้เตรียมคำตอบที่เหมาะสมสำหรับคำถามในการสัมภาษณ์ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถสื่อถึงความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่บริษัทต้องการได้ 4. พฤติกรรมไม่เหมาะสมในการสัมภาษณ์ : ความประพฤติที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่ไม่ดีในระหว่างการสัมภาษณ์ อาจทำให้ผู้สมัครงานไม่ได้รับการพิจารณา เช่น การพูดไม่สุภาพ การไม่เชื่อฟังคำถาม รีบตอบก่อนที่ผู้สัมภาษณ์จะถามเสร็จ หรือการไม่แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ 5. มีประวัติการทำงานที่ไม่เหมาะสม : หากผู้สมัครงานมีประวัติการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น มีประวัติการลางานบ่อยๆ หรือไม่เคยสำเร็จงานที่ได้รับมอบหมาย การลาออกจากงานที่เก่าไม่ถูกต้องตามระเบียบบริษัท อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้สมัครงานไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน 6. ไม่สามารถสื่อสารหรือไม่เข้าใจคำถามที่ผู้สัมภาษณ์ถาม : หากผู้สมัครงานไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจคำถามที่ถามในการสัมภาษณ์ได้อย่างชัดเจน เช่น คำตอบที่ไม่ตรงคำถาม หรือการใช้ภาษาไม่ถูกต้อง อาจทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานเช่นกัน ความจริงยังมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือให้ใช้ประสบการณ์การสัมภาษณ์งานเป็นโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุงตนเองเพื่อความสำเร็จในโอกาสการสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป เครดิต : HR Thailand […]

พฤติกรรมที่บ่งบอกว่า”เพื่อนร่วมงาน” กำลังมองคุณเป็น”คู่แข่ง”

พฤติกรรมที่บ่งบอกว่า"เพื่อนร่วมงาน" กำลังมองคุณเป็น"คู่แข่ง"

พฤติกรรมที่บ่งบอกว่า”เพื่อนร่วมงาน” กำลังมองคุณเป็น”คู่แข่ง” เพื่อนร่วมงานของคุณอาจแข่งขันในการทำงานหรือในการได้รับความยอมรับจากผู้บริหารมากกว่าคุณ อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่พอใจ รวมไปถึงเพื่อนร่วมงานของคุณอาจพยายามทำให้คุณตัดสินใจไม่ถูกต้อง หรือทำให้คุณเสียโอกาสในการเติบโตในที่ทำงาน โดยเฉพาะถ้ามีการแข่งขันเกี่ยวกับตำแหน่งงานหรือโอกาสในการเลื่อนขั้นในอนาคต เพื่อนร่วมงานของคุณอาจปิดกั้นข้อมูลต่างๆในการทำงานหรือข่าวสารที่สำคัญจากหัวหน้างานหรือผู้บริหาร ซึ่งทำให้งานที่คุณได้รับมอบหมายอาจจะผิดพลาดและเกิดความเสียหายได้ เพื่อนร่วมงานของคุณอาจไม่ตอบโต้หรือไม่ให้ความช่วยเหลือคุณ เมื่อเวลาที่คุณต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในเวลาที่มีงานที่ต้องทำเร่งด่วน เพื่อนร่วมงานของคุณอาจหลีกเลี่ยงการสนทนากับคุณ หรือไม่ค่อยแสดงความสนใจในสิ่งที่คุณพูดหรือทำ โดยแสดงออกให้คุณเห็นอย่างชัดเจนว่า”เขาไม่สนใจเกี่ยวกับคุณและการทำงานของคุณ” เมื่อมีการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับงาน เพื่อนร่วมงานของคุณไม่ให้คุณมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยที่อาจจะมีการแอบอ้างกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆหรือหัวหน้างาน ว่าได้ทำการตัดสินใจร่วมกันกับคุณแล้ว การพูดถึงคุณในทางลบหรือกล่าวหาคุณโดยไม่มีคุณอยู่ในที่ทำงาน โดยเฉพาะให้เครดิตตัวเองในเรื่องงาน และบอกว่าคุณไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำงาน รวมถึงการพูดใส่ร้ายป้ายสีต่างๆในเรื่องส่วนตัวของคุณ โดยการพูดดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง โดยปกติแล้วคนที่เป็นเพื่อนร่วมงานจะคอยสนับสนุนและให้กำลังใจกันเสมอ แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานคนนั้นพยายามจะเอาชนะเราอยู่ทุกครั้ง ก็ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ดีต่อจิตใจของเราแล้ว เครดิต : HR Thailand

ทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานในยุคปัจจุบัน

ทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานในยุคปัจจุบัน

ทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล: การใช้และประยุกต์เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลจะเป็นสิ่งสำคัญในปี 2023 พนักงานควรมีความรู้และทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับงานของตน เช่น การใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดการข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล หรือการใช้งานโปรแกรมและแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในสายงานของตนได้ ทักษะการแก้ไขปัญหา: ปัญหาและสถานการณ์ที่ซับซ้อนมักจะเกิดขึ้นในสถานการณ์การทำงาน พนักงานควรมีทักษะในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างวิเคราะห์และการสร้างแนวทางในการแก้ไขปัญหาจะช่วยให้พนักงานสามารถหาทางออกที่เหมาะสมได้ ทักษะการเรียนรู้และการปรับตัว: การเรียนรู้และการปรับตัวเป็นทักษะที่สำคัญในการทำงานในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พนักงานควรมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเอง พวกเขาควรเป็นผู้ที่เปิดรับการเรียนรู้ใหม่ และมีความเป็นอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร ทักษะการสื่อสาร: การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน พนักงานควรมีทักษะในการสื่อสารทั้งภาษาพูดและเขียน รวมถึงการใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์ พวกเขาควรสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนและเหมาะสมกับผู้อื่นในองค์กรและลูกค้า ทักษะการทำงานเป็นทีม: การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญในองค์กร พนักงานควรมีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในทีม รวมถึงการสื่อสารทีม และการแบ่งหน้าที่ พวกเขาควรสามารถทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและสนับสนุนกันเป็นอย่างดี ทักษะด้านการนำเสนอ: การนำเสนอและการสื่อสารข้อมูลเป็นทักษะที่สำคัญในการแบ่งปันความรู้และข้อมูลในองค์กร พนักงานควรมีทักษะในการสร้างการนำเสนอที่มีคุณภาพและน่าสนใจ รวมถึงการสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจนและเข้าใจได้ ทักษะการจัดการเวลาและการวางแผน: การจัดการเวลาและการวางแผนงานเป็นทักษะที่สำคัญในการทำงาน พนักงานควรมีความสามารถในการวางแผนการทำงานให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการกับตารางเวลาและการควบคุมการรับมือกับกำหนดเวลาการทำงานเครดิต : HR Thailand

ถ้าเลิกงานแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธ ‘งานงอก’ ไทยแก้ ก.ม.ใหม่ แก้ปัญหาเรื่อง Work from Home

ถ้าเลิกงานแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธ ‘งานงอก’ ไทยแก้ ก.ม.ใหม่ แก้ปัญหาเรื่อง Work from Home

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กรณีลูกจ้างนำงานไปทำที่บ้านหรือที่พักอาศัย หรือ Work from Home หรือการตกลงให้ลูกจ้างทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานที่ใดๆ ได้ (Work from Anywhere) เนื้อหาใน พ.ร.บ.นี้ระบุว่า นายจ้างต้องจัดทำหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง โดยอาจจะตกลงให้มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1. ช่วงระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการตกลง 2. วันเวลาทำงานปกติ เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา 3. หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด รวมทั้งการลาประเภทต่างๆ 4. ขอบเขตหน้าที่การทำงานของลูกจ้างและการควบคุมหรือกำกับการทำงานของนายจ้าง 5. ภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์การทำงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็น อันเนื่องจากการทำงาน เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน หรือสิ้นสุดการทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย ลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธการติดต่อสื่อสารไม่ว่าทางใดๆ กับนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน เว้นแต่ลูกจ้างให้ความยินยอมโดยทำหนังสือไว้ล่วงหน้าก่อน เครดิต : HR Thailand  หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่  098-2872450  094-9486465 […]

อยากมีความสุขกับการทำงานต้องทำยังไง?

อยากมีความสุขกับการทำงานต้องทำยังไง?

1.เลือกงานที่มีเวลาว่างบ้าง งานที่เงินดี แต่ไม่มีเวลาใช้เงิน กว่าจะเกษียณก็หมดวัยหนุ่มสาวไปเสียแล้ว บาลานซ์การทำงานและการใช้ชีวิตให้สมดุล 2.เลือกทำในสิ่งที่ชอบ ปรับpassionให้เป็นอาชีพ สร้างเงินให้เราได้ และได้ทำในสิ่งที่ชอบ ถึงจะเหนื่อย แต่ก็มีความสุขกว่าทนฝืนกับอะไรที่ไม่เป็นตัวเอง 3.พัฒนาตัวเอง ตามทีมให้ทัน รับฟังความคิดเห็น เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ 4.สัญญาเฉพาะสิ่งที่เราทำได้จริง อย่าสร้างแรงกดดันในตัวเองมากเกินไปจัดระบบการทำงานให้พอดี ไม่ตึงไม่หย่อนเกิน 5. การผูกมิตร-เข้าสังคมในที่ทำงานดูบ้างก็อาจสร้าง connection ดีๆ เพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคตได้ด้วยนะ เครดิต : HR Thailand  หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่  098-2872450  094-9486465 LINE: @GenZmanpower  หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ

ปัจจัยที่ทำให้พนักงานไม่ชอบเข้าร่วมรับการอบรม

ปัจจัยที่ทำให้พนักงานไม่ชอบเข้าร่วมรับการอบรม

1. ไม่เห็นความจำเป็นหรือประโยชน์: พนักงานอาจไม่เห็นความจำเป็นหรือประโยชน์ของการอบรมตามที่มีต่อการปฏิบัติงานของตนเอง อาจเป็นเพราะไม่เข้าใจว่าการอบรมจะช่วยพัฒนาทักษะหรือความรู้ใหม่ๆ อย่างไร หรือไม่รู้สึกว่าความเชื่อมโยงระหว่างการอบรมและผลงานที่ดีไม่ชัดเจน 2. ข้อกำหนดเวลาและความไม่สะดวก: บางครั้งพนักงานอาจมีสถานการณ์ที่ทำให้ไม่สะดวกในการเข้าร่วมการอบรม เช่น มีงานอื่นที่ต้องดูแล กำหนดเวลาอบรมไม่เหมาะสมกับกำหนดเวลาการทำงานหรือชีวิตส่วนตัว 3. การจัดการและสภาพแวดล้อมของการอบรม: บางครั้งการอบรมอาจไม่ถูกจัดการหรือวางแผนอย่างเหมาะสม หรือมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อบรมที่ไม่ได้ชัดเจนวัตถุประสงค์และเป้าหมาย การใช้เทคนิคและวิธีการอบรมที่ไม่เพียงพอ หรือขาดการสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและกระตุ้นความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ 4. ความกลัวหรือความไม่มั่นใจ: บางครั้งพนักงานอาจมีความกลัวหรือความไม่มั่นใจในการเข้าร่วมการอบรม อาจเกิดจากความกลัวที่จะไม่เข้าใจหรือทำตามได้ ความกลัวจะถูกสอบแข่งหรือคัดค้านจากผู้อื่น หรือไม่มั่นใจในความสามารถของตนเองในการปรับตัวและเรียนรู้ใหม่ อ่านต่อ https://genzmanpower.com/ เครดิต : HR Thailand  หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่  098-2872450  094-9486465 LINE: @GenZmanpower  หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ 

วิธีแก้ไขปัญหา “พนักงานไม่ชอบเข้าร่วมการอบรม”

วิธีแก้ไขปัญหา "พนักงานไม่ชอบเข้าร่วมการอบรม"

1. สร้างการตรวจสอบความต้องการ: ให้การตรวจสอบความต้องการการอบรมของพนักงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ทำการสำรวจความต้องการในเรื่องของทักษะที่ต้องการพัฒนา และเลือกหัวข้อหรือแนวทางอบรมที่สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน 2. วางแผนการอบรมที่เหมาะสม: จัดทำแผนการอบรมที่ชัดเจนและเหมาะสม รวมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์ของการอบรมและผลที่คาดหวังที่จะได้รับ และกำหนดเวลาและระยะเวลาการอบรมที่เหมาะสมให้พนักงาน 3. สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ: สร้างบรรยากาศที่กระตุ้นและสนุกสนานในการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการสอนที่เพียงพอและเหมาะสม อาจเป็นการใช้วิธีการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการปฏิบัติจริง การใช้เทคโนโลยีที่น่าสนใจ เช่น การใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ หรือการสร้างกิจกรรมที่สร้างความสนุกและความสนใจ 4. ตั้งตารางอบรมที่เหมาะสม:  จัดตารางอบรมที่ไม่สะท้อนต่อการทำงานประจำวันของพนักงาน พิจารณาเวลาที่เหมาะสมที่สุดเช่นช่วงวันหยุดหรือช่วงที่ไม่มีงานฉุกเฉิน 5. เสนอข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์และความสำคัญ: อธิบายและสื่อสารให้พนักงานเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการอบรม ตั้งแต่การพัฒนาทักษะใหม่ การเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสใหม่ หรือการเปิดโอกาสใหม่ในการเดชานุภาพอาชีพ 6. ให้การสนับสนุนและการติดตาม: สร้างและให้การสนับสนุนตลอดการอบรมและพัฒนา รวมถึงการให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินงานและวัตถุประสงค์ของการอบรม นอกจากนี้ การติดตามความคืบหน้าหลังจากการอบรมและให้ข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกระบวนการในอนาคต 7. สร้างแรงจูงใจ: สร้างแรงจูงใจให้พนักงานรู้สึกว่าการอบรมและพัฒนาเป็นโอกาสที่ดีในการเติบโตและพัฒนาตนเอง และส่งเสริมพนักงานให้เห็นคุณค่าของการพัฒนาทักษะและความรู้ในการประกอบอาชีพของพวกเขา เครดิต : HR Thailand สนใจบริการ C S R ติดต่อได้ที่นี่ 098-2872450 ( คุณนุ้ย ) 094-9486465 ( คุณเบส […]

ไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป เมื่อใช้บริการ Genz Manpower

ไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป เมื่อใช้บริการ Genz Manpower

Genz Manpower บริการสรรหาพนักงานครบวงจร บริการสรรหาพนักงานครบวงจร ตั้งแต่ ธุรการ จนถึง ระดับ เมเนเจอร์ สัมภาษณ์เบื่องต้นก่อนส่งโปรไฟล์ให้ลูกค้าทุกโปรไฟล์ แถมมีการันตีพนักงาน หากพนักงานทำงานไม่ได้ตามต้องการ เราสรรหาให้ใหม่ ฟรี หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ #สรรหาพนักงานราคาเท่าไหร่ #10อันดับบริษัทสรรหาพนักงานที่ดีที่สุด #อยากรู้ราคาสรรหาพนักงาน #ราคาheadhunter #สรรหาพนักงานราคาถูก #บริการด้านหาพนักงานoutsource #ช่องทางการสรรหาบุคลากร #เลือกบริษัทสรรหาหาคนยังไงดี #ค่าบริการสรรหาพนักงาน #ค่าบริการของบริษัทสรรหาคน #ค่าบริการบริษัทoutsource #รายชื่อบริษัทสรรหาพนักงาน #บริษัทสรรหาคนในกทม. #บริษัทสรรหาคนในสมุทรปราการ #สรรหาพนักงานรายวัน