10 ขั้นตอน Cheer up ปลุกทีมให้ฮึกเหิม

1.ตั้งเป้าหมายการทำงานตลอดทั้งปี หัวหน้าทีม ควรมีหน้าที่ชักจูงลูกทีมให้กำหนดเป้าหมายการทำงานตลอดทั้งปี เพื่อให้พวกเขามีทิศทางในการทำงาน หรือมีแนวทางในการดำเนินชีวิตในแต่ละปี2.ตั้งเป้าหมายการทำงานในแต่ละวัน ควรมีเป้าหมายย่อย ด้วยการกำหนดเป้าหมายการทำงานในแต่ละวัน เพื่อกำหนดเป้าหมายที่ต้องการทำให้สำเร็จในแต่ละวัน3.สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีม หน้าที่ของหัวหน้าทีมคือ Cheer up จุดประกายในการสร้างแรงบันดาลใจ จะด้วยการพูดกระตุ้น หรือมอบหมายงานที่ท้าทายความสามารถ เพื่อปลุกระดมพลัง ให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์4.ฝึกให้คิดบวก การพูดให้กำลังใจ และปรับทัศนคติจากแง่ลบ ว่าการทำงานผิดพลาดในครั้งนี้ เพื่อเป็นบทเรียนของงานที่ดีกว่าในวันข้างหน้า และไม่ผิดซ้ำอีก5.ดึงให้ออกจาก Comfort zone ด้วยการมอบหมายงานใหม่ที่ท้าทาย ที่ยากขึ้น ที่ไม่เคยทำ เพื่อที่จะได้เห็นว่าเค้าอาจจะทำในสิ่งที่เค้าไม่เคยทำได้ดีก็ได้6.มีการกำหนดการทำงานที่มีความยืดหยุ่น รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปทำให้ทุกคนต้องปรับตัว ยืดหยุ่นมากขึ้น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นตลอดเวลา7.ควรสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการพักผ่อน หากทุ่มเททำงานหนักจนเกินไป สุดท้ายก็มีโอกาสเจ็บป่วยและเสียงานในท้ายที่สุด ควรพักจากการทำงาน และหันไปออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายทำ8.หาโปรเจกต์ใหม่ ๆ ให้ลองทำ การที่ทีมได้รับโปรเจกต์ใหม่ๆ ให้ต้องทำร่วมกัน คุณสามารถแบ่งกระจายหน้าที่ความรับผิดชอบ กำหนดให้มีการระดมสมอง ประชุมรวบรวมไอเดีย และแยกย้ายลงมือทำก่อน ก่อนร่วมกันนำเสนอ9.เปิดโอกาสให้เสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่าปิดกั้นไอเดียใหม่ ๆ หรือความคิดล้ำ ๆ แหวกแนว ยิ่งลูกทีมที่เป็นเจน Y และ Z ด้วยแล้ว […]

🎯 5 ทักษะการพัฒนาสู่ Digital Marketer ที่องค์กรกำลังต้องการ 🎯

✔️ การวิเคราะห์ข้อมูลและดึงข้อมูลเชิงลึก มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อที่จะเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า และจุดแข็งของธุรกิจ โดยใช้วิธีการดึงข้อมูลเชิงลึกปรับเปลี่ยนสู่การวางกลยุทธ์และเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมกับการทำตลาด✔️ มีความรู้ด้านแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดียจะกลายเป็นเครื่องมือที่นักการตลาดต้องเข้าใจถึงฟังก์ชันของแต่ละแพลตฟอร์มที่มีความแตกต่างกัน เพื่อบริหารจัดการช่องทางการสื่อสารและเลือกช่องทางให้เหมาะสมกับกับสินค้าและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ✔️ เรียนรู้ในความซับซ้อนของกลยุทธ์ SEO เรียนรู้กลยุทธ์ของการทำ SEO (Search Engine Optimization) หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา โดยใช้คีย์เวิร์ดเป็นส่วนสำคัญสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจการสร้างลิงก์ให้มีคุณภาพสูง✔️ มีความเป็นนักวางกลยุทธ์และกระบวนแผนงาน เพราะการใช้ช่องทางการตลาดมีความหลากหลาย และกลุ่มเป้าหมายมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ต้องกำหนดแผนปฏิบัติการและแผนการพัฒนา ภายใต้งบประมาณและการลงทุน✔️ ติดอาวุธด้วยดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง การจัดสรรงบลงโฆษณาบนหน้าผลการค้นหากับ Search Engine เช่น Google Ads หรือกระทั่งการอินฟลูเอ็นเซอร์ให้กลายเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลสำหรับลูกค้าและสร้างเนื้อหาและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อดึงดูดความสนใจ สร้างการจดจำแบรนด์ 😊😊

💭 คนละ Gen ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ มีหลักการอะไรบ้าง มาดูกัน 💭

🌈 ช่วยกันร่วมแสดงความคิดเห็น การช่วยกันแสดงความคิดเห็นจะช่วยให้ทีมสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น แม้ว่าจะมีคนหลาย Gen อยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็จะไม่เกิดอุปสรรคในการทำงาน หากทุกคนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น 🌈 ทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด การที่มีรุ่นพี่อยู่ในทีมไม่ได้หมายความว่ารุ่นน้องจะต้องทำงานมากกว่า ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน โดยแบ่งงานกันอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในหน้าที่ของแต่ละคนเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน 🌈 คอยตักเตือนด้วยเหตูและผล เมื่อรุ่นน้องทำความผิดแล้วถูกรุ่นพี่ตักเตือน ควรรับฟังอย่างเปิดใจกว้าง และรุ่นพี่เองก็ควรตักเตือนอย่างเป็นเหตุเป็นผล อย่าใช้อารมณ์หรือความรู้สึกเป็นใหญ่ 🌈 ยอมรับในความแตกต่าง เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คนหลาย Gen สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยเราต้องยอมรับว่าความคิดเห็นที่แตกต่างไม่ได้ทำให้เราทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่การไม่ยอมรับความหลากหลายทางความคิดต่างหากที่จะทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน 😊😊

💡5 เทคนิค ดูแลพนักงาน ก่อนที่ความสุขในการทำงานจะลดลง💡

✔️ มีทีมบริหารไม่มีประสิทธิภาพ จากผลสำรวจฯ พบว่า การบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นตัวบั่นทอนความสุขในการทำงานอันดับแรกเลย เนื่องจากหัวใจของการบริหารองค์กรให้เติบโตต่อเนื่อง เกิดจากกลยุทธ์การบริหารและนโยบายต่าง ๆ ของผู้บริหาร ✔️ โอกาสที่จะติบโตในสายงาน ในการทำงานพนักงานทุกคนย่อมต้องการความมั่นคงและการเติบโตจากตำแหน่งและหน้าที่การงาน ดังนั้นบริษัทจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานว่าบริษัทมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตโดดเด่นเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจเดียวกัน ✔️ โอกาสในการที่จะฝึกอบรมและพัฒนาตนเอง พนักงานแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน บริษัทที่ต้องการพนักงานที่มีคุณภาพมาช่วยพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้า จำเป็นต้องสนับสนุนการเรียนรู้และการศึกษาเพิ่มเติมให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานนำความรู้มาใช้ในงานต่าง ๆ ✔️ ผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้างานที่ไม่มีประสิทธิภาพ หัวหน้างานที่ดีจะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถในการทำงานและการบริหารงานแล้ว ยังจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพิเศษในการบริหารคน เปิดใจรับฟัง ยุติธรรม เป็นผู้นำที่ดี ให้การสนับสนุน และช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มใจเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข ✔️ วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ย่อมนำพาการสร้างสรรค์งานที่ดีให้กับองค์กร 😊😊

❌5 สาเหตุ Toxic จากหัวหน้า ที่จะทำให้พนักงานพากันลาออก❌

มาดูกันว่าสาเหตุที่จะทำให้ลูกน้องอย่างเราจิตใจบั่นทอน จนต้องถอนใจยอมลาออก มีอะไรบ้าง 1️⃣ หัวหน้าที่มองข้ามความสามารถของลูกน้อง การอยู่ในที่ทำงานที่ถูกหัวหน้ามองข้ามความสามารถ นั่นยิ่งทำให้คนทำงานหมดใจ และหมดไฟจะสู้ต่อ หรือการทำงานที่เหมือนถูกจับผิด จับตาดูอยู่ตลอด คงไม่มีใครทำงานได้อย่างสบายใจ นอกจากจะเต็มไปด้วยความอึดอัดใจแล้ว ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลงไปด้วย 2️⃣ การเมืองภายในองค์กร การเลือกที่รักมักที่ชัง เด็กดัน เด็กเส้น คนไหนสนิทกับหัวหน้า (ผู้มีอำนาจสูงสุด) ก็ลอยตัว ไม่ต้องทำงานดีก็ได้รับการผลักดันและความเอ็นดูเป็นพิเศษแต่หากเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มลูกรักเหล่านั่น มื่อลองทำทุกอย่างเท่าที่คนตัวเล็กตัวน้อยทำได้แล้ว สุดท้ายแล้วคำตอบอาจจะต้องแก้ที่เรา 3️⃣ ไม่มีการให้เกียรติคนทำงาน หากหัวหน้าคุณคือคนที่เสนอตัวรับความดีความชอบไปคนเดียวทั้งหมด ไม่ให้เครดิตใครในทีม เลือกที่จะข้ามหน้าข้ามตาคนอื่น ๆ ถือเป็นการกระทำที่บั่นทอนหัวใจคนทำงานอย่างมาก 4️⃣ ได้รับความกดดันจนทนไม่ไหว ในการทำงานที่บางช่วงต้องเผชิญกับความกดดันบ้าง แต่นั่นก็ต้องก็เป็นสิ่งที่คนเป็นหัวหน้าต้อง balance ให้ดี ในทางกลับกันหากหัวหน้างานมุ่งเน้นแต่ความกดดัน เพราะเชื่อว่ายิ่ง“กดดัน” ยิ่งทำให้คนเติบโตได้เร็ว แต่สำหรับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งกดดันมาก ยิ่งผลักความเครียดเข้าหาพวกเขามาก ๆ ยิ่งทำให้หมดใจและเข้าสู่สภาวะท้อใจจนลาออก 5️⃣ จุกจิกและจริงจังจนอึดอัดใจ ปิดท้ายด้วยข้อที่ว่าด้วยเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จนคนเป็นหัวหน้าหลายคนมองข้าม การที่เราจุกจิกใส่ใจเรื่องต่าง ๆ มากเกินไป […]

แนะนำ 7 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับกระบวนการจัดการความรู้

1.การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย โดยจะคัดเลือกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรโดยอาจจะพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร2.การสร้างและแสวงหาความรู้ ซึ่งสามารถทำได้หลายทาง เช่น การสร้างความรู้ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่า กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว3.การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการวางโครงสร้างความรู้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบ4.การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เช่น การปรับปรุงรูปแบบของเอกสารให้เป็นมาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกัน และปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์และเหมาะสม5.การเข้าถึงความรู้ เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก6.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ทำได้หลายวิธีได้แก่ การจัดทำเป็นเอกสาร ฐานความรู้ และเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ หรือจัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง เป็นต้น7.การเรียนรู้ ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่น การเรียนรู้จากสร้างองค์ความรู้ การนำความรู้ไปใช้ให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ

🎈หลักการง่าย ๆ 8 ข้อกับการบริหารงานอย่างมีคุณภาพ🎈

👉 องค์กรที่มุ่งเน้นลูกค้า (Customer-Focused Organization) เป็นหลักการที่ใช้การจับจุดให้ได้ว่า อะไรคือ Customer Needs & Expectation และสามารถตอบสนองในจุดที่ลูกค้าต้องการให้ดีที่สุด ให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการให้ได้มากที่สุด 👉 ภาวะผู้นำ (Leadership) ความสามารถของผู้นำที่สามารถชักนำ โน้มน้าวให้คนคล้อยตามได้ มีเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถนำคนให้ปฏิบัติกิจกรรมใดๆ ให้ลุล่วงเป้าหมายนั้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 👉 การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Involvement of People) เพราะคนที่จะเป็นผู้ลงมือทำระบบนั้นก็คือตัวพนักงานเอง และต้องใช้ความร่วมมือกันอย่างแข็งขันทั่วทั้งองค์กร 👉 วิถีเชิงกระบวนการ (Process Approach) หมายถึง ให้มองงาน / กระบวนการ / กิจกรรมต่างๆ ให้มองเป็นรูปแบบของกระบวนการที่แต่ละ Process จะมีทั้งปัจจัยเข้า และปัจจัยออก 👉 วิถีเชิงระบบในการจัดการ (System Approach to Management) หลังจากที่เราได้ Process ในการทำงานแล้วให้เรานำ Process มาเรียงกันก็จะได้เป็นระบบ (System) จากนั้นจะเป็นไปตามลำดับแลการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) […]

💡ส่อง คุณสมบัติของหัวหน้างานที่ประสบความสำเร็จกัน ว่ามีอะไรบ้าง💡

✔ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน เมื่อพวกเขาได้แสดงความสามารถที่ทำให้คุณพึงพอใจแล้ว จงบอกพวกเขา และแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณเอาใจใส่ เชื่อใจ และมองเห็นสิ่งที่ดีในตัวพวกเขา ✔ สื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นประจำในทุก ๆ ช่องทาง ทั้งแบบตัวต่อตัว ทั้งผ่านเอกสาร และการเขียนอีเมล รวมถึงการฟัง และให้คำแนะนำติชมพวกเขา ✔ สร้างทีมให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้สมาชิกในทีมได้มีพัฒนาการในการทำงาน ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ และความคิดสร้างสรรค์ และได้ผลิตผลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น ✔ รู้จักวิธีการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้พวกเขามีแรงจูงใจในการอุทิศตนให้กับการทำงาน เพื่อเป้าหมายคือความสำเร็จขององค์กร ✔ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง และสร้างทัศนคติให้ลูกน้องได้ตระหนักถึงความสำคัญในการทำตามแบบอย่างของคุณ ✔ ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีการพัฒนาทักษะและความสามารถด้านต่างๆ ผ่านการเรียนรู้จากการทำงานในทุก ๆ วัน ให้ได้มากที่สุด😊😊

🔎 ส่อง พฤติกรรมของผู้นำแต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้าง 🔎
ตัวอย่างของผู้นำบางประเภท ลองมาดูว่าคุณเป็นผู้นำแบบไหน

🌈 ผู้นำแบบบุรุษเหล็ก / สตรีเหล็ก (Strongman)เป็นผู้นำที่ใช้แต่คำสั่งคำหรือแนะนำเป็นเครื่องมือทำให้เกิดอิทธิพลต่อผู้ตาม ผู้นำแบบนี้ใช้อำนาจที่มากับตำแหน่งด้วยวิธีข่มขู่ให้ลูกน้องเกรงขาม และนิยมที่จะใช้คำสั่งที่ลงไปข้างล่างให้ลูกน้องหรือคนอื่นจำต้องยินยอมปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 🌈 ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactor)เป็นผู้นำที่ใช้รางวัล (rewards) เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนกับการปฏิบัติตาม ของผู้ตามรางวัลหรือผลประโยชน์แลกเปลี่ยนจึงเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ตามให้ยินยอมปฏิบัติตาม 🌈 ผู้นำแบบนักวิสัยทัศน์ (Visionary hero)เป็นผู้นำที่ใช้บุคลิกภาพและความสามารถพิเศษ (charisma) ของตัวเองเป็นเครื่องมือ ทำให้เกิดอิทธิพลกระตุ้นเกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ตามให้อยากทำตามอย่าง ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาต่อตัวผู้นำ 🌈 ผู้นำแบบชั้นยอด (Super Leader) เป็นผู้นำที่มุ่งพัฒนาผู้ตาม เพื่อให้สามารถนำตนเองได้ จนในที่สุดผู้ตามก็แปรสภาพไปเป็นผู้นำโดยอัตโนมัติ เป็นผู้ที่ยึดเอาจุดแข็งของผู้ตามเป็นสำคัญ เป็นผู้นำที่เข้าใจนำคนอื่นให้เขารู้จักนำตัวเอง 😊😊

🚩แนะนำ เทคนิคการบริหารเวลาสำหรับหัวหน้างานกัน 🚩

👉 การจดบันทึกการทำงานในรอบสัปดาห์ จะช่วยให้เห็นภาพรวมและช่วยในการจัดการกับงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เพราะจะเห็นว่าคุณใช้เวลาไปกับอะไรมากน้อยแค่ไหน 👉 ในทุกๆ กิจกรรมที่ทำควรมีการกำหนดเวลาเสมอ เพราะงานที่ทำอยู่ไม่เสร็จเสียทีประเมินว่างานนั้นเริ่มเมื่อไร จบเมื่อไร และพยายามทำให้ได้ตามที่วางแผนเอาไว้ 👉 วางแผนการทำงาน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลาทำงานที่มีทั้งหมด ควรให้กับสิ่งที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด 👉 ควรจัดสรรเวลาสำหรับการถูกขัดจังหวะ เช่น การให้ลูกน้องเข้าพบเพื่อตามงาน หรือขอคำปรึกษาต่าง ๆ ในกรณีที่ไม่เร่งด่วน ก็ให้ลูกน้องเข้าพบได้ตามเวลาที่คุณกำหนด 👉 ควรจัดสรรเวลาสำหรับการเคลียร์งานของตนเอง เมื่อกำหนดเวลาในการเข้าพบได้ คุณก็จะมีช่วงเวลาสำหรับจัดการงานของตัวเองให้เสร็จด้วยเช่นกัน 👉 ควรปิดช่องทางการสื่อสารที่ไม่จำเป็น เช่น ปิดแชท ปิดสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ยังไม่ต้องรีบตอบอีเมลที่ไม่เร่งด่วน ไม่รับสายที่ไม่เร่งด่วน เพื่อจดจ่ออยู่กับงานในช่วงเวลาที่คุณต้องเร่งงานให้เสร็จ 👉 ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของวันคือก่อนเริ่มงาน คุณควรใช้เวลา 30 นาทีแรกของการทำงานในแต่ละวันเพื่อวางแผนการทำงานในวันนั้น ๆ ไม่ควรเริ่มงานโดยที่ไม่ได้วางแผนเด็ดขาด 👉 ให้คิดก่อนลงมือทำงานใด ๆ ก็ตามว่า อยากให้งานชิ้นนั่นออกมาเป็นอย่างไร และเมื่อทำเสร็จแล้วให้ประเมินว่าตรงตามที่ได้คิดเอาไว้หรือไม่ 😊😊