สื่อสารไม่เป็นต้องรู้ ! 9 เทคนิค สื่อสารให้มีประสิทธิภาพ

การสื่อสารเป็นทักษะหลักในการทำงานและการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น การล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จมักขึ้นอยู่กับความสามารถในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์หรือตีความทิศทางของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นผู้สื่อสารที่ดี เพราะบางคนอาจมีท่าทางที่เป็นธรรมชาติแต่ยังต้องพัฒนาความสามารถ ดังนั้นคุณจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการมีทักษะการพูดและการฟังที่ดี และวันนี้ GEN Z Manpower มาจะแชร์ 9 วิธีการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย 1. การเข้าใจภาษากาย ภาษากายหรือการสื่อสารด้วยอวัจนภาษาเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อนที่มีศักยภาพ สามารถนำไปใช้ได้ในหลาย ๆ สถานการณ์ เช่น การยืนและท่าทางที่เหมาะสมท่ามกลางคนเยอะ ภาษากายมีความสำคัญในสถานการณ์แบบตัวต่อตัวด้วย เมื่อคุณอยู่ที่การสัมภาษณ์งานหรือการประเมินผลให้รักษาระดับสายตาไว้เสมอเมื่อคุณพูดอยู่กับใคร 2. การมีส่วนร่วมในการโต้ตอบ การสื่อสารที่ดีเปรียบเสมือนถนนสองทาง เพราะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั้นจะมีการโต้ตอบจากอีกฝ่าย เพราะฉะนั้น การสื่อสารท่ามกลางคนจำนวนมาก หากคุณนำประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมาซึ่งทำให้ผู้ฟังได้คิดตาม และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แสดงว่าการสื่อสารของคุณนั้นมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง 3. การพูดโดยฉับพลัน การสื่อสารโดยทันทีจะมีประสิทธิภาพสูง เป็นสิ่งที่ทนายมักในศาล เพื่อให้การพูดมีความต่อเนื่องและไม่ออกนอกเรื่อง วิธีนี้เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม ช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นและเสรีภาพในการตัดสินปฏิกิริยาของผู้ชมและมีส่วนร่วมในประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้น 4. การรู้จักผู้ฟังของคุณ การที่คุณรู้ว่าคนที่คุณกำลังจะติดต่อด้วยเป็นใครคือกุญแจสำคัญสำหรับการทำตัวอย่างไรเพื่อให้เข้าใจถึงข้อมูลที่คุณต้องการ  แม้แต่ในบริษัท คุณอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อทำความรู้จักสมาชิกในทีมรวมถึงวิธีการทำงานของเขาด้วย 5. การเป็นผู้ฟังที่ดี การเป็นผู้สื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั้น คุณควรฟังมากกว่าที่คุณพูด เพราะเมื่อคุณกำลังคุยกับใครซักคนแล้วคุณไปพูดขัดจังหวะเขาหรือพูดคุยตลอดเวลา นั่นแสดงว่าคุณบกพร่องต่อการสร้างสัมพันธ์ขั้นพื้นฐาน 6. การสื่อสารตรงตามจุดประสงค์ การที่คุณพูดในเรื่องที่ตรงประเด็น หมายความว่าการสื่อสารของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง […]

ก่อนจะจ้างพนักงานต้องรู้ ! ความคาดหวังของพนักประจำและพนักงานชั่วคราว

การเลือกจ้างพนักงานเข้าองค์กรสำคัญเหมือนกันการเลือกคู่ครองที่ชอบ การที่บริษัทจะหาพนักงานที่ถูกใจและตรงสเปกได้ไม่ใช่เรื่องง่าย มันจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองหลายขั้นตอนพอสมควร ผู้สมัครงานอาจจะเก่งและมีความสามารถสูง แต่สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่อง ทัศนคติ และความสามารถในการทำงานปรับตัวให้เข้ากับองค์กรอีกด้วย ปัจจุบันไม่ว่าจะองค์กรใหญ่หรือเล็กก็เปิดกว้างในการจ้างพนักงานหลากหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมกันมากที่สุดคือจ้างงานแบบพนักงานประจำ และการจ้างงานแบบสัญญาจ้างชั่วคราว วันนี้ Gen Z Manpower จะมาแชร์มุมมองความแตกต่างระหว่างพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวที่คุณควรเข้าใจ พนักงานประจำคือ (Full Time) พนักงานกลุ่มนี้ชื่อก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าพนักงานประจำ พนักงานประจำถูกจ้างเพื่อทำงานให้องค์กรโดยตรงผ่านฝ่ายบุคคลขององค์กรที่จัดหามา กลุ่มนี้จะได้รับเงินเดือนเป็นประจำทุกเดือน และสามารถทำงานได้จนเกษียณเว้นแต่จะลาเองออกหรือถูกเลิกจ้างไปก่อน มีโอกาสในการเติบโตปรับเงินเดือนตามอายุงานและเงื่อนไขของบริษัท แถมยังได้รับสิทธิเข้าถึงประกันสังคมที่เป็นพื้นฐานสวัสดิการของรัฐ เวลาในการทำงานส่วนใหญ่แล้วคือ ทำงาน 8 ชม. ต่อวัน และ มีเวลาพัก 1 ชั่วโมง และมีวันหยุดอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ พนักงานชั่วคราวคือ (Part time) อย่าสับสนว่าเป็นพนักงานพาร์ทไทม์เนื่องจากพาร์มไทม์จะเลือกทำงาน 4-8 ชั่วโมง ต่อวันได้ แต่พนักงานชั่วคราวเป็นการจ้างงานระยะสั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการจ้างตั้งแต่สามเดือนไปจนถึงหนึ่งปี ซึ่งส่วนมากจะได้รับเงินเดือนที่ตายตัว ไม่มีการปรับเพิ่มตามอายุงาน การจ้างงานลักษณะนี้จะมีการระบุเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน เมื่อครบระยะเวลาแล้วถ้านายจ้างไม่อยากจ้างต่อ หรือพนักงานไม่อยากทำงานต่อก็สามารถยุติสัญญาจ้างได้ทันที แรงจูงใจในการทำงาน (Motivation) พนักงานประจำ : จริงๆแล้วแรงจูงใจที่สำคัญอันดับหนึ่งของพนักงานทุกประเภท คือ […]

Outsource คืออะไร

Artboard 1

Outsource คืออะไร หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจชัดเจน แต่ก็คงมีคุ้นๆ หูกันมาบ้าง แล้วเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า บริษัท Outsource เค้าทำงานกันอย่างไร เอ้าท์ซอร์สมีประโยชน์อย่างไร เราจะมาสรุปเป็นข้อๆ ให้ได้อ่านกันดังนี้นะคะ เอ้าท์ซอร์ส (Outsource) คืออะไรOutsource (เอ้าท์ซอร์ส) คือการโอนถ่ายงานในกระบวนการทำงานบางส่วน หรือทั้งหมด ให้หน่วยงานภายนอก หรือ บริษัท Outsource ทำแทน ซึ่งบริษัท Outsource นี้จะเชี่ยวชาญและชำนาญเฉพาะด้านในงานต่างๆ กันไป การเอ้าท์ซอร์สสามารถทำได้ในหลายส่วนงาน เช่น การตลาด (Marketing), เทคโนโลยี (IT) และ ฝ่ายบุคคล (Human Resources) แต่ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันโดยทั่วไปในบ้านเราก็คือ การจ้างทำเงินเดือน (Payroll Outsourcing) หรือ จ้างแบบฝากหัว (Staff Outsourcing หรือ Professional Employer Organization) และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศโดยเฉพาะในฝั่งอเมริกาและยุโรป เอเซียเราก็กำลังเริ่มๆ มาแรง โดยเฉพาะในช่วงสองสามปีหลังมานี่ […]

Outsourcing คืออะไร?

Artboard 1

Outsourcing คืออะไร? Outsourcing คืออะไรจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Outsourcing ได้ให้ความหมายของคำว่า Outsourcing คือ การไปทำสัญญาต่อสำหรับกระบวนการทำงาน เช่น การออกสินค้า หรือการผลิตสินค้า เป็นต้น กับกิจการอื่น ซึ่งการตัดสินใจที่จะมอบหมายภารกิจขององค์กรให้ผู้อื่นดำเนินการแทนจะเกิด ขึ้น เมื่อองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไม่พร้อมที่จะใช้ทรัพยากรภายในที่มีอยู่ทำงานนั้นด้วยตนเอง การจ้างให้คนอื่นทำงานแทนมักจะมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ เพื่อประหยัดต้นทุน (Cost Savings) โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงานที่มีความแตกต่างกันระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งช่วยปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Restructuring) จากต้นทุนคงที่ไปยังต้นทุนผันแปรมากขึ้น และยังทำให้ต้นทุนผันแปรสามารถคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น ช่วยให้องค์กรสามารถเน้นกิจกรรมไปยังธุรกิจหลัก (Focus on Core Business) ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีอยู่ องค์กรสามารถมุ่งทำในสิ่งที่เป็นธุรกิจหลัก และมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้มากขึ้น 3.สร้างองค์ความรู้ให้แก่องค์กรมากขึ้น (Knowledge) จากการเข้าหาประสบการณ์ ความรู้ และทรัพย์สินทางปัญญาจากแหล่งต่างๆ ได้กว้างขวางขึ้น การปฎิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด (Contracts) ถ้าการปฎิบัติงานไม่เป็นไปตามสัญญา องค์กรสามารถปรับเป็นตัวเงิน และฟ้องร้องทางกฎหมายได้ ซึ่งอาจทำได้ยากในกระบวนการทำงานภายใน 5.ได้รับบริการจากผู้ที่มีความชำนาญในการดำเนินงาน (Operational Expertise) […]

Outsourcing ทางเลือก ทางรอด หรือความเสี่ยง

Artboard 1

Outsourcing ทางเลือก ทางรอด หรือความเสี่ยง เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่อง Outsourcing ให้กับบริษัทที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตสื่อหลากหลายชนิดแห่งหนึ่ง ซึ่งวัตถุประสงค์นั้นก็เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพนักงานของบริษัทต่อการที่จะทำงานร่วมกับ Outsource หรือการเลือก Outsource สำหรับคำว่า “Outsourcing” หากจะแปลทีละคำ ความหมายจะดูผิดเพี้ยนไป ซึ่งแปลโดยรวมก็คือ “การจัดจ้างงานจากภายนอก” ซึ่งหมายถึง การที่ธุรกิจหรือหน่วยงานมอบหมายงานบางส่วนให้กับบุคคลหรือองค์กรภายนอกมาดำเนินการแทน โดยจะเป็นผู้กำหนดและควบคุมกำกับทุกส่วน ตั้งแต่นโยบายไปจนถึงการปฏิบัติงานในทุกขั้นตอนของผู้รับจ้างระบบ Outsourcing เข้ามาในวงการธุรกิจตั้งแต่เมื่อประมาณปี 2526 จนถึงปัจจุบัน (2556) ถือว่ามีมานานกว่า 30 ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย, แม่บ้าน, ไอที, จัดอีเว้นท์, การออกแบบกราฟฟิค, งานอาร์ตเวิร์ค, งานศิลปะ เป็นต้น ซึ่งนับวันจะมีความหลากหลายของงานในลักษณะ Outsourcing เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ดี ผลการสำรวจแนวโน้มเครื่องมือทางการจัดการปี 2013 ที่ผู้บริหารนิยมใช้มากที่สุดของ Ben & Company’s พบว่า Outsourcingจัดเป็น 1ใน 25 เครื่องมือทางการจัดการที่ยังคงได้รับความนิยมติดต่อกันกว่า 10 ปีแล้วจะเห็นได้ว่า […]

รู้ไว้ก่อนจะจ้าง Outsource

Artboard 1

รู้ไว้ก่อนจะจ้าง Outsourceเรื่องคน เรื่องใหญ่ เรื่องหนักใจของคนทำธุรกิจ หาคนทำงานยาก หาคนดีๆ ที่อยู่นานๆ ก็ยากเช่นกัน ดูเหมือนการจ้างพนักงาน Outsource จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ต้องผูกมัดกันในระยะยาว ทำงานช่วงสั้นๆ แต่ในความเป็นจริงการจ้างพนักงาน Outsource นั้นดีกับธุรกิจ SME จริงหรือไม่? SME ต้องกลับมาคิดให้ดีก่อนจ้าง Outsource ธุรกิจแบบไหนที่เหมาะกับการใช้พนักงาน Outsource

รู้ไว้ก่อนเป็น OUTSOURCE

Artboard 1

รู้ไว้ก่อนเป็น OUTSOURCE อาชีพ Outsource เป็นอาชีพทางเลือกอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นอาชีพที่ทำให้หลายๆ คนตั้งตัวได้ หรือแม้กระทั่งขยับขยายไปทำอาชีพในฝันได้ เพราะอาชีพ Outsource จะเปิดประตูสู่อาชีพเหล่านั้นอาชีพ Outsource คืออะไร ?อาชีพ Outsource เป็นรูปแบบการจ้างงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในองค์กร ตัวอย่างเช่น การจ้างคนเข้าไปทำงานในบริษัท จะแบ่งประเป็นประเภทการจ้างงานต่างๆ ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วย พนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว ฟรีแลนซ์ คอนแทรกเตอร์ และ เอาท์ซอร์ส (Outsource)Outsource ถือเป็นการจ้างงานกลุ่มบุคคล หรือบุคคล ผ่านบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆอีกทีหนึ่ง ซึ่งบริษัทผู้จ้างจะได้ประโยชน์คือ ได้คนที่มีความพร้อมทันทีเข้ามาทำงาน และไม่มีภาระผูกพัน พองานจบหมดสัญญาก็เลิกจ้างไป แต่ก็ต้องแลกด้วย การใช้งานบุคลากร ที่มีอัตราค่าจ้างต่อเดือนมากกว่าการจ้างพนักงานประจำ ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A ต้องการคนมาช่วยทำงานด้านSupport IT ด่วนและใช้งาน 3 เดือน แบบนี้บริษัท A มักจะจ้าง Outsource มาทำงานให้โดยมีสัญญาจ้างสามเดือน เป็นต้นข้อดีของการเป็น outsource รายได้ดี เพราะ Outsource […]

รู้ไว้ได้เปรียบ !! 7 ความจริงของการขายของที่คุณไม่เคยรู้

รู้ไว้ได้เปรียบ !! 7 ความจริงของการขายของที่คุณไม่เคยรู้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้า นักขาย ผู้ประกอบการ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะต้องขายของให้กับผู้คน ในบทความนี้คุณจะได้เข้าใจเกี่ยวกับการขายมากขึ้น วันนี้ผมจะมาแชร์เจ็ดความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนเกี่ยวกับการเป็นนักขายที่ดี ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกยุคสมัย คุณลองเปรียบเทียบสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ดูได้เลยครับว่าคุณเคยมีประสบการณ์เหล่านี้ไหมและกำลังทำอยู่บ้างรึเปล่า หรือมีจุดไหนบ้างที่คุณยังตกหล่นในการเป็นนักขายที่ดี มาเริ่มกันเลย ! ทักษะการฟังสำคัญกว่าทักษะการพูดและการขาย ข้อนี้ชัดเจนอยู่แล้วครับ คุณจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มจากการพูด แต่คุณจะได้เรียนรู้อะไรเพิ่มจากการฟัง และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คุณจะได้รู้และเข้าใจความต้องการของลูกค้าจากการฟัง การไม่ได้นำเสนอสินค้าให้กับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเท่ากับเสียเวลาเปล่าถ้าคุณเคยขายของ ผมเชื่อว่าคุณจะเข้าใจประเด็นนี้อย่างแน่นอน หากคุณนำเสนอสินค้าดีทุกอย่าง ลูกค้าอาจจะชอบและอยากได้ แต่สุดท้ายต้องกลับไปปรึกษาผู้มีอำนาจในการตัดสินใจอีกที มันเป็นความรู้สึกที่เซ็งเป็ด เพราะเขาไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ฉะนั่นคุณควรสังเกตและเลือกนำเสนอให้ถูกคนครับ ไม่งั้นคุณเสียเวลาเปล่า หากไม่มีความกล้าในการปิดการขายคุณจะไม่มีวันเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จประโยคนี้ทำให้คุณเห็นสาเหตุและผลลัพธ์ที่ชัดเจน ‘ขายไม่ได้ เลยไม่ประสบความสำเร็จ’ ผมเคยพลาดมาก่อน สมัยหัดขาย ผมกลัวการขาย และไม่กล้าปิดการขาย สิ่งพี่ผมพลาดคือการนำเสนอสินค้าให้ลูกค้ารู้ว่าดี แต่เขาสามารถไปซื้อจากแหล่งอื่นหรือคนอื่นแทนได้ เนื่องจากผมไม่ยอมปิดการขาย มันเหมือนกับการที่คุณจีบหรือคุยกับใครสักคน แต่ไม่สารภาพรักและขอคบครับ คุณไม่ขอแล้วเขาจะรับรักคุณไหมละ ถ้าคุณขายไม่ได้คุณจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร การเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จต้องมีทักษะในการบริหารเวลามีตบะทางการเงิน(คุมกิเลสเป็น) และควบคุมตนเองให้อยู่ในวินัยได้ข้อนี้เป็นรากฐานของนิสัยคนสำเร็จของคนทุกวงการเลยครับ ถ้าคุณควบคุมบริหารเวลาไม่ได้ เวลาจะควบคุมคุณ เรื่องการเงินก็เช่นกัน ถ้าคุณไม่มีความรู้ทางด้านการเงินและวินัยในการอดใจ คุณก็จะไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตได้  นักขายที่ยิ่งใหญ่ต้องมีความกระตือรือร้นล้มแล้วต้องลุกได้เร็วพลาดแล้วต้องรีบแก้ไขเสมอหากทำไม่ได้คุณต้องพร้อมที่จะกลับไปเรียนเพิ่มเติมเสมอและไม่ล้มเลิกง่ายๆ คุณต้องมีความสามารถในการใช้ใจบันดาลแรงให้ได้ ถึงแม้วันที่คุณจะรู้สึกตกต่ำที่สุดก็ตาม สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากพอ […]

10 ทักษะแห่งอนาคตที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ !!

10 ทักษะแห่งอนาคตที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ !! ยุคสมัยใหม่นี้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีต่างๆกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของคน World Economic Forum เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เทคโนโลยีกำลังรบกวนวงการธุรกิจเกือบทุกอุตสาหกรรมในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่านายจ้างจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนและมีบทบาทเชิงรุกเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามีพนักงานที่พร้อมสำหรับทักษะแห่งอนาคต ในการบรรลุเป้าหมายนี้นายจ้างต้องเข้าใจทักษะที่จำเป็นก่อนเพื่อให้สามารถแข่งขันได้และมีนวัตกรรม จากนั้นพวกเขาต้องเข้าใจวิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมและฝึกอบรมพนักงานในปัจจุบันของพวกเขารวมทั้งเตรียมจัดหาจัดหาและจ้างคนเก่งแห่งอนาคต ในโพสต์นี้เราจะแบ่งปันทักษะที่ยอดเยี่ยมแห่งอนาคตว่าเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของเราอย่างไรและสำรวจวิธีที่องค์กรต่างๆสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับแรงงานในอนาคต ทักษะ 10 ประการต่อไปนี้ถูกระบุว่าเป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับนายจ้างในปี 2020: การแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน (Complex problem solving) หมายถึง การคิดค้นหาสาเหตุจากความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆในระบบหรือในโครงสร้างเพื่อแก้ไขไม่ให้เกิดรูปแบบความผิดปกตินั้นๆซ้ำอีก โดยใช้กระบวนการคิดเชิงระบบ การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) คือ การคิดโดยมีวิจารญาณต่อคำกล่าวอ้างหรือข้อมูลใดๆ และตัดสินใจจากหลักฐานและเหตุผลที่ถูกต้อง โดยไม่มีอารมณ์และทิฐิมาประกอบการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) คือ ความคิดใหม่ๆที่ทำให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกันได้หลายๆวิธี และสามารถทำประโยชน์ที่มีคุณค่าแก่งานได้ การบริหารบุคคล (People management) คือ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และบุคคลได้ดี รวมถึงทักษะในการสื่อสารระหว่างบุคคล การสร้างความไว้วางใจ และการนำทีม ความสามารถร่วมมือกับผู้อื่น (Coordinating with others) คือ ความสามารถการในทำงานร่วมผู้อื่น รวมถึงการรู้สึกรับผิดชอบและเป็นส่วนหนึ่งของทีม ความฉลาดทางอารมณ์ […]

ชีวิตของคนคนหนึ่งที่ได้ทำงานในฝัน

Artboard 1

ติดตามเทรนด์ความเคลื่อนไหวในสายงานนั้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเราอยากเข้าไปทำงานในสายอาชีพนั้นอย่างจริงจัง อย่างแรกที่เราต้องทำจนเป็นนิสัยเลยก็คือการติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงอาชีพนั้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะได้รับรู้ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนั้น เช่น องค์ความรู้ใหม่ วิธีการทำงานใหม่ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานในอุตสาหกรรมเหล่านั้น อย่างน้อยเมื่อเราถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน เราจะได้ตอบคำถามต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ ในทางกลับกันถ้าเราได้แต่คิดว่าอยากทำงานที่ตัวเองรัก แต่ไม่ได้มีการติดตามและหาความเคลื่อนไหวในแวดวงอาชีพนั้นเลย โอกาสที่จะได้เข้าไปทำงานในอาชีพในฝันคงริบหรี่ขึ้นทุกที เพราะโลกของเราทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เราจะช้าและย่ำอยู่กับที่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นการอัปเดตตัวเองอยู่เสมอคือจุดเริ่มต้นที่ดีบนเส้นทางของคนมีฝัน รักการอ่านหมั่นศึกษาหาความรู้ ถ้าเราอยากเก่งจริง ต้องหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ และการอ่านคือพื้นฐานสำคัญของชีวิต ถ้าอยากเป็นคนที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เราต้องรักการอ่านจนเป็นนิสัย ยิ่งในสมัยนี้ความรู้หาได้ง่ายมาก ในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยองค์ความรู้มากมายให้เราได้ศึกษา ทุกองค์กรต้องการคนที่มีความทะเยอทะยานรักการพัฒนาตนเอง เราลองมาสำรวจตนเองดูว่าเรารักการพัฒนาตนเองและชอบแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่นมากแค่ไหน และดีพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นได้หรือไม่ เพราะนิสัยของคนที่รักการพัฒนาตนเองและชอบแบ่งปันองค์ความรู้ คือหนึ่งในคุณสมบัติเด่นที่แฝงอยู่ในภาวะผู้นำทั้ง 5 ระดับ ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ “ถ้ายังมีความฝันจงอย่าหยุดเรียนรู้” ต้องฝึกฝนเตรียมพร้อมรับมือกับงานจริงที่ได้มีโอกาสทำ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกไปเผชิญหน้ากับงานจริงที่ใฝ่ฝัน เมื่อโอกาสลอยเข้ามาหาเราแต่ถ้าเราไม่พร้อมที่จะทำ โอกาสนั้นก็หลุดลอยไป แต่ถ้าเราฝึกฝนพัฒนาทักษะและเตรียมพร้อมเฝ้ารอโอกาสดีดีที่เข้ามาในชีวิต การเตรียมพร้อมจะทำให้เราสามารถเริ่มทำงานได้ทันทีที่มีโอกาส เปรียบเสมือนคนที่ซุ่มฝึกฝนวิทยายุทธอยู่ในถ้ำแล้วเฝ้ารอวันเวลาที่จะได้ออกไปใช้วิทยายุทธนั้นในสักวันหนึ่ง เช่น ถ้าเรามีความฝันอยากเป็นนักเขียนโฆษณา แต่ไม่ได้เรียนจบทางด้านสาขาวิชาการเขียนมาโดยตรง เราก็ต้องทำงานหนักให้มากกว่าคนอื่น ต้องฝึกฝนอย่างทุ่มเท ต้องฝึกเขียนให้หลากหลายมากขึ้น เมื่อเราฝึกฝนอย่างจริงจัง สักวันหนึ่งเราจะต้องได้รับโอกาสนั้นอย่างแน่นอน “กระบี่มือหนึ่งยังต้องฝึกฟันดาบทุกวัน เราก็เช่นกันถ้าอยากเป็นคนเก่งที่องค์กรขาดไม่ได้จงอย่าหยุดเรียนรู้และฝึกฝน” […]