5 เหตุผลว่าทำไมต้องสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงาน

พนักงานหัวกะทิย่อมดึงพนักงานหัวกะทิเข้ามาโดยอัตโนมัติ ทันทีที่ผู้สมัครงานระดับหัวกะทิตัดสินใจเข้ามาทำงานกับองค์กรคุณเพราะถูกใจในภาพลักษณ์ของ “แบรนด์ พวกเขาจะเป็นกระบอกเสียงที่แข็งแรงที่สุด ที่ดึงดูดพนักงานหัวกะทิคนอื่น ๆ ให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กรของคุณ สามารถดึงดูดและรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้ องค์กรที่มีแบบแผนในการสร้างคุณค่าให้กับพนักงานที่ชัดเจน มักใช้พื้นฐานนี้เป็นกลยุทธ์ในการเข้าถึงและดึงดูดใจผู้สมัครงานที่มีความสามารถและเหมาะสมที่สุด ให้มาร่วมงานกับองค์กรของคุณอีกทั้งยังลดอัตราการลาออกของพนักงานลง ขยายโอกาสให้คุณได้มีตัวเลือกมากขึ้น เบื้องหลังของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จคือการสร้างแบรนด์ที่โดดเด่น เมื่อ “แบรนด์” ของคุณแข็งแกร่งมากพอ ผู้สมัครงานเก่ง ๆ ขั้นเทพทั้งหลายก็จะยื่นใบสมัครเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย จนคุณตาลายเลือกไม่ถูก องค์กรของคุณจะยกระดับทักษะและคุณภาพของพนักงานให้สูงขึ้นได้ เมื่อมีพนักงานที่ใช่เข้ามาร่วมงานในองค์กรเพิ่มมากขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปเมื่อมีพนักงานลาออกก็จะลดลง และสามารถผันแปรงบประมาณส่วนนี้ไปเป็นต้นทุนในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าในองค์กรได้คุณจะมีงบประมาณเพิ่มขึ้นที่จะนำไปใช้ยกระดับการทำงานให้กับพนักงานหัวกะทิ เป็นมากกว่าการทำการตลาด ถ้าคุณมีภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดี เสียงสะท้อนในด้านบวกเหล่านี้อาจจะมีส่วนช่วยสนับสนุนแบรนด์ของคุณ ให้กับผู้ที่ต้องการฟังความคิดเห็นที่ดีจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมทำงานกับองค์กรของคุณ
💭 5 เคล็ดลับ สรรหางพนักงานขาย ให้ตรงกับที่องค์กรต้องการมากที่สุด 💭

👉 ระบุคุณลักษณะหรือทักษะของพนักงานขายที่คุณต้องการ การระบุลักษณะหรือทักษะของพนักงานขายในแบบที่องค์กรของคุณต้องการเป็นเรื่องสำคัญในการได้มาซึ่งพนักงานขายที่ใช่ในแบบของคุณ👉 รู้ว่าจะไปหาพนักงานขายเหล่านี้ที่ไหน พนักงานฝ่ายบุคคลควรเริ่มต้นวิธีการในเชิงรุกด้วยการหาสถานที่ที่เซลส์เหล่านี้จะไปรวมตัวกันเช่นงานสัมมนา ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงงาน ร้านขายของ หรืออาจจะหาทางทำความรู้จักเขาเหล่านี้ผ่านทางการแนะนำจากลูกค้าที่เซลส์เหล่านี้เคยติดต่องานด้วย👉 กลั่นกรองพนักงานขายที่ใช่จากกลยุทธ์ที่เขาใช้ในการขาย บ่อยครั้งที่ประวัติของพนักงานขายมักมาพร้อมกับเป้าหมายที่จะทำยอดขายให้ได้เท่านั้นเท่านี้ เพื่อดึงดูดความสนใจของว่าที่นายจ้าง ลองถามถึงวิธีการหรือกลยุทธ์ที่ผู้สมัครงานใช้ในการพิชิตการขายหรือปิดดีลคำถามนี้จะช่วยในการตรวจสอบว่าวิธีที่เขาใช้นั้นยั่งยืน เหมาะสมถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ และเข้ากันกับกลยุทธ์ของการขายและการตลาดขององค์กรหรือไม่👉 มีการวางแผนในการถามคำถามอย่างดี ในขณะสัมภาษณ์งานผู้สัมภาษณ์อาจเพิ่มความท้าทายให้กับผู้สมัครงานด้วยการให้บทบาทสมมติหรือสถานการณ์จำลองในการขาย แทนที่ด้วยการถามตอบแบบเดิม ๆ ที่เคยทำ นำคำตอบของผู้สมัครงานมาตั้งเป็นคำถามเพิ่มเพื่อกระตุ้นให้ผู้สมัครงานมีการคิดวิเคราะห์และให้คำตอบที่สามารถต่อยอดไปยังความคิดอื่น ๆ ได้👉 ให้ค่าตอบแทนที่น่าดึงดูดใจ พนักงานขายไม่จำเป็นต้องได้ค่าตอบแทนเท่ากัน บางคนอาจได้ค่าตอบแทนน้อยกว่าคนอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องไม่ดี เพราะความต่างนี้จะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนมากกว่าถ้าเทียบกับการไปเพิ่มกำลังการซื้อของลูกค้าซึ่งอาจส่งผลให้รายได้ลดลงในอนาคต 😊😊
แนะนำ วิธีแก้อาการเบื่องาน สำหรับคนกำลังหมดไฟ

ค้นหาต้นตอที่เป็นสาเหตุของการเบื่องาน ทุกครั้งที่เราพบเจอกับปัญหาอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่ควรทำคือ หาสาเหตุของปัญหานั้นให้เจอก่อนว่า มันคืออะไรกันแน่ เช็คให้ชัวร์ว่า “เบื่องาน” หรือ “เบื่อคน” ลองชั่งใจดูว่า ถ้าเราตัดคนออกไปจากออฟฟิศเรา แล้วเราจะมีความสุขขึ้นหรือไม่ ถ้าสุดท้ายแล้วผลออกมาว่าใช่ ให้ฟันธงไปเลยว่าคุณกำลังเบื่อ “คน” แต่ไม่ได้เบื่อ “งาน” แน่นอน มองมุมกลับ ปรับมุมมอง บางครั้งการวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเสมอไป แต่เราควรนำประเด็นนี้มาใช้แก้ปัญหาในบางเรื่องเช่นเดียวกัน เบื่องาน เพราะงานที่ทำจำเจ หากคุณรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ตลอดเป็นอะไรที่ซำ้ๆ เดิมๆ ทำเหมือนเดิมแทบทุกวัน หรือรู้สึกว่างานที่ทำมันดูจะง่ายเกินไป ทั้งที่จริงๆ คุณก็สามารถทำงานนั้นได้อย่างดีเยี่ยม นั่นก็อาจเป็นสัญญาณของการเบื่องานได้เช่นเดียวกัน เปลี่ยนสไตล์การทำงาน หรือ เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน ลองปรับเปลี่ยนสไตล์การทำงานของตัวเองดูบ้าง เช่น ถ้าปกติคุณเป็นคนที่ทำงานแบบมีระเบียบแบบแผน ทุกอย่างต้องเป๊ะตามตาราง ลองปรับด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่นลงไปบ้าง เพื่อจะได้ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด แม้เราจะก้าวเข้าสู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มตัวแล้วก็ตาม แต่เราก็ควรหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาทักษะที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก มองหาความท้าทายในที่ทำงาน เมื่อคุณกล้าออกจาก Comfort Zone หรือได้ลองเทคคอร์สเพิ่มเติมแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มต้นในการมองหาความท้าทายใหม่ๆ สักที ค้นหางานอดิเรกใหม่ๆ บางครั้งการที่เราเป็นมนุษย์เงินเดือนแบบ Full […]
🚩 HR ยุคใหม่ที่องค์กรต้องการเป็นแบบไหน มาดูกัน 🚩

👉 สามารถทำงานได้แบบ Multi-Tasks คนที่ทำงานได้มากกว่า 1 อย่าง ย่อมได้เปรียบมากกว่าคนที่ทำงานได้เพียงอย่างเดียว และการที่ HR หนึ่งคนสามารถทำงานได้หลาย ๆ อย่าง ย่อมทำให้เป็นที่ต้องการขององค์กรมากขึ้น👉 ปรับการทำงานให้ทันสมัยอยู่เสมอ HR ต้องเป็นคนที่ทำงานเก่ง รับรู้ข่าวสารอย่างรอบด้าน ไม่ว่าข่าวนั้นจะเกี่ยวข้องกับงานหรือไม่ การที่เรารู้เยอะกว่าคนอื่นย่อมได้เปรียบ เพราะเราสามารถนำมาปรับใช้กับงานของเราได้👉 นำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการทำงาน การสรรหา Candidate ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเดิม ๆ อีกต่อไป เราสามารถใช้เครื่องมืออื่น ๆ เข้ามาปรับใช้กับการทำงานได้ เช่น เราสามารถตามหาผู้สมัครงานได้จากทาง Linkedin Facebook Twitter หรือตาม Blog ของสายงานนั้น ๆ ได้👉 สามารถคิดวิเคราะห์ได้รอบด้าน นอกเหนือจากความสามารถในการทำงานแล้ว ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ก็เป็นส่ิงสำคัญ การที่องค์กรมีคนทำงานหลากหลายช่วงวัย ย่อมมีความแตกต่างทางแนวคิดสูง👉 แก้ปัญหาได้อย่างมีทักษะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้ง HR ก็ต้องประสบกับปัญหาในการจัดหาบุคลากร หรืออยู่ในช่วงขาดแคลน Candidate ในฐานะ HR แล้วเราต้องหาทางออกให้กับปัญหานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ👉 สร้างแวดล้อมที่ดีในการทำงาน HR […]
🎯 เทคนิคครองใจพนักงาน สร้างสมดุลชีวิต ไม่เห็นพนักงานเป็นหุ่นยนต์ 🎯

✔️ เป็นต้นแบบที่ดีในการจัดสมดุลชีวิตและงาน จัดสมดุลชีวิตและงานของคุณให้ดี ทำให้พนักงานรู้ว่าคุณคาดหวังให้พวกเขาทำแบบนั้นเช่นกัน✔️ ฝึกให้ผู้จัดการ หัวหน้างานรู้จักการสังเกตพนักงาน หากเห็นสัญญาณของการขาดสมดุลในชีวิตและงาน ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวที่กระทบกับงาน หรือทำงานมากเกินไปจนกระทบกับชีวิตส่วนตัว ให้รีบเข้าไปช่วยเหลือทันที✔️ กระตุ้นให้ผู้จัดการ หัวหน้างานกำหนดลำดับความสำคัญของงานอย่างชัดเจน เพราะหากไม่ชัดเจน พนักงานจะคิดว่าต้องโหมทำทุกอย่างให้เสร็จพร้อมกันหมด แทนที่เขาจะได้เลิกงานกลับไปหาครอบครัว เขาอาจต้องอยู่ทำงานล่วงเวลาโดยไม่จำเป็น✔️ จัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับการจัดสรรเวลา การบริหารปริมาณงานในมือ กับเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวอย่างสมดุล ทำอย่างไรจะกำจัดนิสัยไม่ดีที่ทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพออกไปได้✔️ ปรับเวลาทำงานให้ยืดหยุ่น กำหนดเวลาเข้างาน และเลิกงานได้หลายเวลา สำหรับพนักงานที่บ้านไกลเดินทางลำบาก สามารถเลือกเวลาที่เหมาะสมกับตนได้และต้องยึดตามที่เลือกตลอดไป ห้ามเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อที่จะได้สะดวกสำหรับ HR ในการตรวจสอบเวลาทำงานของพนักงานด้วย✔️ อนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ในกรณีที่จำเป็น หากพนักงานต้องหยุดงานเพื่อดูแลคนในครอบครัวที่เจ็บป่วย การอนุญาตให้เขาทำงานจากที่บ้านได้จะช่วยลดความกังวลเรื่องครอบครัว✔️ กระตุ้นให้มีการใช้วันลาพักร้อน และวันลาป่วย ทุกองค์กรล้วนกำหนดโควต้าวันลาในแต่ละปีไว้ว่าแต่ละคนมีวันลากี่วัน สำหรับอะไรบ้าง หากไม่ใช้สิทธิ์ก็จะเสียสิทธิ์นั้นไป หากเริ่มเห็นสัญญาณของความเหนื่อยล้าในการทำงาน ควรกระตุ้นให้พนักงานใช้วันหยุดที่มีเพื่อพักผ่อนเสียบ้าง 😊😊
✌️ 5 วิธีแก้อาการ Burnout Syndrome ภาวะสุดฮิตของคนวัยทำงาน ✌️

✔️พักผ่อน กลับมาดูแลร่างกายให้ดี เริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามเลี่ยงสิ่งเสพติด ไม่ว่าจะเป็น เหล้า บุหรี่ หรือว่ากาแฟ อาจจะลองลาพักผ่อนเป็นช่วยสั้น ๆ เพื่อให้ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของคุณได้รีเฟรช✔️ จัดระเบียบชีวิตให้มีคุณภาพ ลองจัดลำดับความสำคัญของงานและเวลาในการใช้ชีวิตและทำงานของคุณใหม่ เลือกโฟกัสงานตามความสำคัญ จัดตารางเวลาในชีวิตประจำวันให้ชัดเจน✔️ ลดการใช้มือถือ แท็ปเลต และหาทางผ่อนคลายด้วยวิธีอื่น ลดการเล่นมือถือและใช้โซเชียลมีเดีย อย่าง เฟซบุ๊ค หรือ อินสตาแกรม ออนไลน์ให้น้อยลง และลองหาวิธีผ่อนคลายทางอื่น เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้✔️ ปรับทัศนคติในการทำงาน เรียนรู้ความสามารถของตัวเอง สังเกตและกลับมาทบทวนว่าคุณมีความสามารถในการทำงานอย่างไร ทำอะไรได้ดี อะไรที่ต้องพัฒนา งานแบบไหนที่เราชอบหรือไม่ชอบ ลองกลับมาทำความเข้าใจตัวเองอีกครั้ง✔️ ปรึกษาคนอื่น ถ้าคุณยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของภาวะ Burnout อาจจะลองคุยกับเพื่อนหรือคนรอบข้างดูก่อนก็ได้ ลองเลือกคนที่มองโลกในแง่ดี มีทัศนะคติที่ดีในการใช้ชีวิต มองเห็นคุณค่าในตัวผู้อื่น และคุณพร้อมจะเปิดใจคุยกับเค้า 😊😊
🏆 7 สวัสดิการมาแรงในยุค 2022 เอาใจคนรุ่นใหม่ 🏆

✔️ ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่น นช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เทรนด์การทำงานแบบ Hybrid ลดวันเข้าออฟฟิศ หรือสลับวัน Work from home เป็นอะไรมาที่มาแรงแบบทะลุเพดาน ✔️ สวัสดิการด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตต่าง ๆ เป็นสิ่งที่องค์กรควรมีให้พนักงานเป็นสวัสดิการพื้นฐาน ✔️ สวัสดิการที่ส่งเสริมงานอดิเรก นอกเหนือจากในแง่การทำงานแล้ว การสนับสนุนความสุขของพนักงานในด้านอื่น ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ซื้อใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าใจของคนทำงานเป็นสุข ได้รับการเติมเต็มที่ดี ย่อมส่งผลถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ✔️ สวัสดิการด้านวันลาที่ยืดหยุ่น ข้าใจว่าตามกฎหมายแรงงานให้วันหยุดพักผ่อนประจำปี ขั้นต่ำอยู่ที่ปีละ 6 วัน แต่ในความเป็นจริงของปุถุชนทั่วไป เราไม่ได้สวมหมวกเป็นแค่พนักงานออฟฟิศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรายังเป็นลูก เป็นภรรยา เป็นพ่อ เป็นแฟน เป็นโลกทั้งใบของสัตว์เลี้ยง ยังมีอีกหลายสิ่งที่คนทำงานต้องแบกภาระไว้บ่นบ่า วันลาพื้นฐานดังกล่าวอาจไม่เพียงพอ ✔️ สวัสดิการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต ด้วยสภาวะหลายอย่างในปัจจุบัน ซึ่งบีบคั้นให้คนต้องประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่มีปัญหาทางจิตใจมากขึ้น “โรคซึมเศร้า” เป็นหนึ่งในโรคที่พบมากในวัยทำงาน ✔️ สวัสดิการที่ตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ ข้อนี้เป็นสวัสดิการที่เน้นเรื่องไลฟ์สไตล์ […]
พนักงาน 12 แบบ ที่องค์กรต้องร้องยี้

1.ทำงานไปวันๆ ไม่สนโลก คือ ประเภทที่ทำงานแบบขอไปที ตื่นมาทำงานแล้วก็นับเวลารอเลิกงาน แต่ในระหว่างวันแทบไม่ใส่ใจในเนื้องาน หรือสนใจที่จะพัฒนาตนเองเลย2.วิจารณ์เก่ง บุคคลประเภทนี้มักมองทุกอย่างในแง่ลบอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องของงานหรือแม้กระทั่งเรื่องราวทั่วไปของบริษัท3.คนที่ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง คนประเภทนี้มักไม่อยากก้าวออกจากกรอบ แม้บริษัทจะหยิบยื่นข้อเสนออันโอชะให้ โดยคนพวกนี้มักปฏิเสธว่าตนเองไม่พร้อม ยังไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ4.ป่วยทิพย์ ตามกฎหมายที่ระบุไว้ให้จำนวน 30 วันต่อปี แต่พนักงานบางคนก็ใช้ช่องโหว่ตรงนี้ในการมาเล่นแง่กับบริษัทในการใช้วันลาป่วย แต่แท้จริงแล้วคือการป่วยทิพย์5.สายเสมอ พนักงานประเภทนี้มักมีนาฬิกาไว้เป็นแค่เครื่องประดับ แต่แทบไม่ได้สนใจเวลาที่อยู่บนข้อมือเลย6.นินทาคนอื่นเป็นกิจวัตร เรื่องราวของการนินทาแม้จะมีอยู่ในทุกสังคม โดยเฉพาะในสังคมมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้7.สร้างกลิ่นทำลายบรรยากาศ สุขอนามัยถือเป็นเรื่องสำคัญในการใช้ชีวิตกับคนหมู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นตด8.คุยโทรศัพท์ส่วนตัวในเวลางาน การคุยโทรศัพท์เรื่องส่วนตัวในเวลางาน อาจจะไม่เรื่องที่ผิดอะไรนัก แต่บางคนดันเอาเวลางานไปโทรศัพท์คุยเล่นกับเพื่อนในเรื่องที่ไม่จำเป็นบ้างหรือหายตัวไปจากโต๊ะทำงาน เพื่อคุยโทรศัพท์นานๆ9.รับบทแม่ค้า เปิดตลาดขายของ การนำสินค้ามาให้ขายให้แก่เพื่อนๆ ในออฟฟิศ ก็อาจไม่เรื่องแปลกและไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไรนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้คำว่ากาละเทศะด้วย10.ทำตัวเป็นโทรโข่ง การคุยเล่นเพื่อผ่อนคลายในระยะเวลาสั้นๆ จากงานที่ตึงเครียด ก็ย่อมพออนุโลมได้ แต่ถ้าหากเสียงที่เกิดขึ้น ดันเป็นเสียงเพลงจากลำโพง เสียงหัวเราะพูดคุยหยอกล้อกันตลอดทั้งวัน ย่อมก่อให้เกิดการทำลายสมาธิในการทำงานของเพื่อนร่วมงานได้11.ชีพจรลงเท้า จะมีพนักงานบางพวกที่ชอบเดินไปคุยกับคนนู้นทีคนนี้ที เดินไปหากันแบบข้ามแผนก แล้วยืนเม้าท์กันแบบนานเกินเหตุ12.เคลมทุกอย่างเป็นผลงานตัวเอง เคยไหมที่ทำงานแทบตายแบบถวายหัว แต่สุดท้ายโดนเพื่อนร่วมงานขโมยเครดิตไปเสียอย่างนั้น
🎯 เคล็ดลับ สอนพนักงานใหม่ให้เรียนรู้และเป็นงานเร็ว 🎯

🌈 เตรียมแผนการสอนงาน ผู้สอนต้องมีแผนการสอนที่สามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น เอกสาร หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในการสอนพนักงานใหม่การเตรียมแผนการสอน ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดแผนการสอนงานที่ดีเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ตัวผู้สอนเองได้ทบทวนความรู้ 🌈 ต้องมีเวลาสอนอย่างเต็มที่ ผู้สอนต้องมีเวลาในการสอนงานอย่างเต็มที่ อย่าอ้างว่างานยุ่งมากจนไม่มีเวลามาสอนให้ หากเป็นเช่นนั้น การที่เราจะได้พนักงานใหม่ที่ทำงานเป็นเร็วก็ต้องยืดเวลาออกไปอีก 🌈 อย่าคิดว่าทำเองแล้วจะเร็วกว่า “ทำเองเร็วกว่าตั้งเยอะ” หากผู้สอนยังคงมีความคิดเช่นนี้อยู่ การที่พนักงานจะได้รับความรู้ และทำงานเองได้เร็วก็คงจะเป็นเรื่องยากเพราะพนักงานคนนั้นก็จะไม่ได้ทำงานเองจริง ๆ เสียที ไม่ได้ทดลองแก้ปัญหา หรือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยตัวเองจริง ๆ 🌈 ใจเย็นและให้โอกาส ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พนักงานใหม่มักจะสร้างความผิดพลาด เมื่อต้องทำงานเองเป็นครั้งแรก คุณควรที่จะมีความใจเย็น บางครั้งเราอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเขาไม่สามารถทำตาม หรือเข้าใจในส่ิงที่เราพูดได้ บางครั้งอาจจะทำได้ช้ากว่าที่คาดหวังไว้ ผู้สอนต้องให้โอกาส ลดความคาดหวังให้น้อยลงสักนิด 😊😊
ทำอย่างไรดี เมื่อลูกน้องมีปัญหา?

1.พูดคุยกันเมื่อทำผิด ในฐานะหัวหน้างานควรหาโอกาสเข้าไปพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ควรแสดงออกว่าคุณต้องการว่ากล่าวตักเตือนเพียงอย่างเดียวควรแสดงเจตนาว่าต้องการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น2.เริ่มต้นอย่างนุ่มนวล ควรเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคุณอาจจะให้สัญญาณว่า กำลังจะเริ่มต้นพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องลำบากใจที่จะพูดถึงแต่คุณก็จำเป็นต้องพูด เพื่อหาแนวทางแก้ไข3.ชี้ให้เห็นผลดีเมื่อแก้ปัญหาสำเร็จ วิธีพูดคุยที่ดีที่สุดคือการพูดอย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย ไม่ต้องอ้อมค้อม โดยบอกลูกน้องว่าหากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จะส่งผลดีอย่างไรต่อตัวเขาและองค์กร4.ทำข้อตกลงในการปรับปรุงตน เมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจแล้ว ควรกำหนดระยะเวลาในการปรับปรุงตน อาจเริ่มตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไปจนถึงระยะเวลาเท่าใดให้ลูกน้องเป็นผู้กำหนดกรอบเวลาด้วยตนเอ5.ติดตามผล เมื่อถึงเวลาการประเมินผล คุณอาจพบว่าบางปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข อาจเป็นเพราะยังแก้ไม่ถูกจุด คุณอาจต้องลองวิเคราะห์ปัญหาดูอีกครั้งและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม