10 วิธีทำงานเป็นทีม ใช้งานได้จริง

10 วิธีทำงานเป็นทีม ใช้งานได้จริง

พอจะเห็นภาพและความสำคัญของการทำงานเป็นทีมไปบ้างแล้ว ทีนี้มาดูวิธีที่จะทำให้การทำงานเป็นทีมให้ประสบความสำเร็จกันบ้าง จะยากง่ายแค่ไหน ไปดูกัน!  1. ให้ความสำคัญกับทุกความเห็นของคนในทีม  สิ่งหนึ่งที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าต่อการทำงานเป็นทีม คือการที่สมาชิกในทีมหรือหัวหน้ารับฟังและทำความเข้าใจกับไอเดียที่นำเสนอไป แสดงให้เห็นถึงการเคารพความคิดของทุกคนอย่าเท่าเทียมกัน  2. เข้าใจถึงบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละคน การทำงานเป็นทีมจะประสบความสำเร็จได้นั้น ทุกคนในทีมต้องรู้ในหน้าที่ของตัวเองเสมอ รวมถึงเคารพในบทบาทของเพื่อนร่วมทีมคนอื่นเช่นกัน ไม่ก้าวก่ายกันแต่สามารถแนะนำด้วยความหวังดีและจริงใจต่อกัน 3. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน การมีเป้าหมายปลายทางที่ชัดเจน จะช่วยให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เดินไปตามกรอบไม่ออกนอกทาง รู้ว่าต้องไปแนวไหนให้ไม่หลงทางจนเสียแผน  4. มีการสื่อสารกันอยู่เสมอ การสื่อสารนั้นหมายถึง การสื่อสารความคิด บอกเล่าปัญหา หรือแลกเปลี่ยนวิธีการทำงานหรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น รวมไปถึงรับฟังกันให้มากที่สุด 5. ตัดสินใจร่วมกัน เริ่มด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกคนในทีมได้แสดงความเห็น และตัดสินใจหาทางออกร่วมกัน หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่เน้นความฉับไวในการตัดสินใจที่ทำไปแล้ว คนที่ตัดสินใจก็ควรอธิบายถึงสาเหตุที่เลือกตัดสินใจไปแบบนั้นกับทีม 6. สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่ดีต่อกัน สนับสนุนและให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มีบรรยากาศการทำงานที่ดี คนทำงานมีความสุข 7. ทำกิจกรรมนอกเหนือจากงานร่วมกัน เรียนรู้ตัวตนของเพื่อนร่วมทีมในมุมผ่อนคลายดูบ้าง ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการทำงานเป็นทีม โดยจัดกิจกรรมเช่น กินข้าวเที่ยงร่วมกัน ไปร้องคาราโอเกะตอนเย็นหลังเลิกงาน 8. เคารพความแตกต่างของคนในทีม เคารพที่ว่าคือเคารพทั้งตัวตนและความคิด เพราะในสังคมปัจจุบัน เรื่องเพศ อายุ […]

วิธีที่ทำให้พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กร

วิธีที่ทำให้พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กร

1. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี : สร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการทำงานทีมและการสร้างความสำเร็จร่วมกัน ภายในองค์กรควรมีค่านิยมที่ชัดเจนและความคุ้มค่าที่ต่อเนื่อง และส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการส่งเสริมความเชื่อมั่นของพนักงานในองค์กร. 2. ให้ความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีม : สร้างความรู้สึกว่าพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของทีมและวางแผนงานร่วมกัน การสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันอยู่ในทีมทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีบทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จขององค์กร 3. ให้การรับรู้ถึงผลงานของพนักงาน : การให้การตอบรับและการพิจารณาเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความผูกพันของพนักงาน ให้ความสำคัญกับการรับรู้ความพยายามและผลงานที่ดีของพนักงาน และให้การพิจารณาที่เป็นธรรมและเชื่อถือได้ในการเลื่อนขั้นหรือการพัฒนาอาชีพ 4. สร้างความยุติธรรมในการทำงาน : สร้างสภาวะที่เป็นกลางและความยุติธรรมในการจัดการและการปฏิบัติงาน การจัดทำนโยบายและกระบวนการที่โปร่งใสและยุติธรรมช่วยสร้างความเชื่อมั่นในพนักงานและความผูกพันต่อองค์กร 5. สร้างสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์ : สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้และการเติบโตของพนักงาน ให้พวกเขามีโอกาสพัฒนาทักษะใหม่ และให้พื้นที่สำหรับการสร้างและนำเสนอไอเดียใหม่ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและส่งเสริมนวัตกรรมสามารถช่วยให้พนักงานรู้สึกถูกยอมรับและมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร 6. ให้โอกาสในการพัฒนาและการเติบโต : ให้พนักงานมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับงานของตน องค์กรสามารถให้การฝึกอบรม การสนับสนุนการศึกษาต่อ หรือการสร้างแผนพัฒนาส่วนตัวที่ช่วยให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะและความรู้ของตนเพื่อใช้ในงานได้เต็มประสิทธิภาพ 7. ให้โอกาสสำหรับความก้าวหน้า : ให้โอกาสให้พนักงานพัฒนาทักษะและความรู้ของตน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเป็นผู้นำหรือการเข้าร่วมโครงการพิเศษ การให้โอกาสให้พนักงานเติบโตและมีความก้าวหน้าส่งเสริมความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานต่อองค์กร การสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเป็นกระบวนการร่วมมือที่ควรมีการพิจารณาจากหลายปัจจัย องค์กรที่สร้างสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และสนับสนุนการเติบโตและพัฒนาของพนักงานจะมีโอกาสที่จะมีพนักงานที่ผูกพันและมีความภูมิใจในองค์กร  หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ   หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่  098-2872450 094-9486465 LINE: Gen Z Manpower

ลูกน้องมีหลายประเภท หัวหน้าควรรับมืออย่างไร??

ลูกน้องมีหลายประเภท หัวหน้าควรรับมืออย่างไร??

ในขณะที่หลายๆคนมักจะพูดถึงการเป็นผู้นำ เจ้านาย หรือหัวหน้างาน ที่มักจะเต็มไปด้วยข้อเสียที่ต้องปรับปรุง แต่ในอีกมุมหนึ่งไม่ใช่แค่ลูกน้องหรอกที่อยากมีเจ้านายดีๆ อีกมุมหนึ่ง เจ้านายเองก็อยากมีลูกน้องที่น่ารัก ทำตามคำสั่ง พูดง่าย เข้าใจง่าย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่แบบที่คนเป็นเจ้านายไม่ต้องมาปวดหัว เพราะฉะนั้นวันนี้เพื่อให้หัวหน้าทุกคน สามารถคุมลูกน้องได้อย่างอยู่หมัด เรามีเคล็ดลับการรับมือกับลูกน้องแต่ละประเภทมาฝากกัน 1. ลูกน้องจอมดื้อ ลูกน้องประเภทที่สั่งงานอะไรก็ยากเย็น ปกครองลำบาก เถียงคำไม่ตกฟาก พูดอะไปก็ไม่ฟัง ถึงฟังก้แอบต่อต้านในใจ แบบนี้มันน่าจะลบทิ้งจากกระดานจริงๆ แต่ถ้าลูกน้องคนนั้นฝีมือดีล่ะ? วิธีแก้ : พฤติกรรมที่เจ้านายหรือหัวหน้าทุกคนควรทำก็คือ ตั้งสติ ใจเย็น แล้วลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเขาให้มากที่สุด และอาจจะเสนองานให้เขาดูแลเองไปเลย 1 โปรเจคต์ โดยไม่ต้องเข้าไปก้าวก่ายกับวิธีการทำงาน มอบอิสระให้กับเขานั่นเอง 2. ลูกน้องที่อายุมากกว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อายุมากกว่า ทำให้คนเป็นลูกน้องอาจจะแข็งขืนกับหัวหน้าได้ ซึ่งลูกน้องประเภทนี้มักจะมีความมั่นใจสูง คิดว่าตัวเองมีประสบการณ์มากกว่า ทำให้หัวหน้าอาจจะปกครองได้ลำบากสักหน่อย วิธีแก้ : ทางที่ดีให้พยายามรับฟัง เปิดใจ และให้โอกาสเขาได้นำเสนอประสบการณ์ของเขา อาจจะมีคำพูดเป็นพิเศษเมื่อมีการมอบหมายหน้าที่ให้เขาทำ และดูอยู่ห่างๆ ว่าคุณจะช่วยซัพพอร์ตในการทำงานของเขาได้ยังไงบ้าง 3. ลูกน้องจอมขี้เกียจ มีเยอะเลยทีเดียว ลูกน้องที่วันๆ เอาแต่เม้ากับเพื่อนร่วมงาน ดูซีรีส์ […]

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะหมดไฟ

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะหมดไฟ

หากทนต่อไป…บั่นทอนสุขภาพจิตทุกวันและยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ โทรม อ่อนเพลียเรื้อรัง เครียด วิตกกังวล จนไปถึงภาวะซึมเศร้าในวัยทำงานได้เลย 1. หน้าที่ไม่ชัดเจน โยกไปทำงานนั้นที ย้ายมาทำงานนี้ที รู้สึกไม่แฟร์ ได้รับงานหลายอย่างเกินหน้าที่ ไม่เหมาะสมกับเงินเดือน ไม่มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน ทำให้เกิดความเครียดจากความไม่แน่นอนของตัวงานที่ต้องรับผิดชอบ เป็นผลมาจากโครงสร้างบริษัทที่ไม่มั่นคง 2. เล่นพรรคเล่นพวกในที่ทำงาน เส้นสายเยอะ ทำงานหนักไปก็ไม่ได้อะไรตอบแทน ถูกแทรกแซงงานตลอด ทำดีไม่เคยชื่นชม ทำพลาดครั้งเดียวโดนยับ ถูกพวกทำงานเอาหน้าแย่งผลงานไปหมด ทำให้เสียความรู้สึก เครียด ไร้จุดมุ่งหมาย ทำงานไปวัน ๆ โดยไม่มีแรงจูงใจ ไร้โอกาสเติบโตในสายงาน 3. หัวหน้างานบ้าอำนาจ ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตในการทำงาน หากเจอหัวหน้าเคี่ยว ๆ จู้จี้จุกจิก จ้องจับผิดตลอดเวลา ไม่รับฟังความเห็น ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของทีม มองลูกน้องเป็นเครื่องมือในการเลื่อนตำแหน่งเท่านั้น ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ กดดันเก่ง แต่ตัวเองทำอะไรไม่เป็น สั่งอย่างเดียว เจอแบบนี้ใครไม่เครียดก็แย่แล้ว 4. การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน การบูลลี่ในที่ทำงานถือเป็นเรื่องที่เจอได้บ่อย ๆ ทั้งการพูดแซว เล่นมุกไร้มารยาท ตลกลามก แซะ กัดจิก […]

เหตุผลที่ไม่ควรดูถูกว่างานคนอื่นง่าย

เหตุผลที่ไม่ควรดูถูกว่างานคนอื่นง่าย

🙏 เหตุผลที่ไม่ควรดูถูกว่างานคนอื่นง่าย 🙏 ข้อคิดสำหรับการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ซึ่งในสังคมการทำงาน มักจะมีคำพูดประมาณว่างานของคนนี้/คนนั้นไม่มีความสำคัญอะไรหรือเป็นงานที่ง่ายๆ บางคนถึงขั้นพูดกันว่าฝ่ายนั้น แผนกนั้นมีไว้ทำไม?? เหตุผลที่ไม่ควรด่างานคนอื่นง่าย หรือไปมองว่างานใครกระจอกในสายตาเรา เพราะ 1. สิ่งที่เรามอง แต่ไม่ได้ทำ มันมักจะง่ายเสมอ 2. เราไม่มีทางรู้ว่า แต่ละคนต้องเจออะไรบ้าง  3. สิ่งที่เราเคยทำ ในวันนั้น กับสิ่งที่คนอื่นทำอยู่ ณ วันนี้ แม้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่อุปสรรคหน้างาน และความลำบากในการทำงานอาจจะแตกต่างกันจากช่วงเวลา  4.  งานหนักไม่ทำให้ใครตาย ไม่ใช่เรื่องจริง 5.  สุดท้ายแล้ว มันก็แค่เข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น  หวังรีดศักยภาพคน แต่อย่าลืมว่าทุกคนต้องนอน ต้องมีชีวิตเพื่อใช้ชีวิต ไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตื่นมาทำงานแล้วตายไป และจงอย่าคิดว่าทุกคนจะสามารถทำงานได้เท่ากันทุกคน เพราะแต่ละคนมีวิธีการใช้ชีวิตที่ต่างกัน  หากต้องการสรรหาพนักงานที่มีคุณภาพทักหาเราสิคะ  หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่  098-2872450  094-9486465 LINE: @GenZmanpower เครดิต : HR Thailand

คนที่ฉลาดทางอารมณ์ เค้าวางตัวอย่างไรและมีนิสัยอย่างไร

คนที่ฉลาดทางอารมณ์ เค้าวางตัวอย่างไรและมีนิสัยอย่างไร

คนที่ฉลาดทางอารมณ์ เค้าวางตัวอย่างไรและมีนิสัยอย่างไร 1) รู้ตัวเองอยู่เสมอ (Self-Awareness) – ตระหนักรู้เสมอว่าตัวเองรู้สึกอะไร ทำอะไรอยู่ และรู้ตัวเสมอว่าสิ่งที่กำลังแสดงออกส่งผลต่ออารมณ์คนอื่นอย่างไร 2) เห็นใจ เอาใจใส่ผู้อื่น (Empathy) – การเข้าใจคนอื่น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดอะไร จะทำให้เราสามารถวางตัวร่วมกับคนอื่นได้ และยังเป็นนิสัยที่คนส่วนใหญ่อยากเป็นเพื่อนด้วยอีกด้วย 3) การควบคุมตนเอง (Self-Regulation) – เป็นความสามารถในการวางตัว และควบคุมตัวเอง คิดก่อนทำอยู่เสมอ 4) มีแรงจูงใจ (Motivation) – ความสามารถในการทำอะไรให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว เราสามารถมีแรงจูงใจในการเดินไปถึงตรงนั้นได้สิ่งนี้จะทำให้คน ๆ นี้ สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้น 5) ความสามารถในการเข้าสังคม (Social Skills) – สามารถเข้าสังคมได้ อยู่กับคนหลากหลายรูปแบบได้อย่างราบรื่น รวมถึงมีความสามารถในการสื่อสาร สิ่งนี้จะทำให้คนนี้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ง่ายขึ้น 6) ความสามารถในการแสดงออก (Expressiveness) – คนบางคนจะแสดงอารมณ์ออกมาตรง ๆ ตามความคิดของตัวเอง ซึ่งหลายครั้งอาจจะทำให้อยู่ในสังคมได้อย่างไม่ราบรื่น หรืออาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจได้ง่าย เพราะฉะนั้นคนที่สามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสม จะเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้ดีกว่า […]

ทักษะที่ HR จำเป็นต้องมีในอนาคต

ทักษะที่ HR จำเป็นต้องมีในอนาคต

การวางแผนกลยุทธ์: HR ต้องสามารถวางแผนกลยุทธ์ที่เข้ากับวิสัยทัศน์และเป้าหมายขององค์กร และสามารถชี้เเนะแนวทางการบริหารองค์กร และช่วยสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรได้ ความเข้าใจในเทคโนโลยีและการนวัตกรรม: การนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กรในยุคปัจจุบัน HR ควรมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น ระบบจัดการทรัพยากรบุคคล (HRIS) และเทคโนโลยีการสร้างรูปแบบในการทำงาน เพื่อให้สามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ HR ได้ การจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์: HR ต้องมีทักษะในการจัดการข้อมูลทรัพยากรบุคคลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นมูลค่าและแนวโน้มที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ HR สามารถตัดสินใจและกำหนดกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีมูลค่า การสื่อสารระหว่างบุคคล: HR เป็นตัวกลางที่สื่อสารระหว่างองค์กรและพนักงาน ทักษะการสื่อสารที่ดีช่วยให้ HR สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับคนในองค์กรในทุกระดับได้ รวมถึงการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ทักษะการทำงานร่วมกันและการทำงานในทีม: HR ต้องมีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและในทีม การทำงานร่วมกันและการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ HR และการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพให้แก่พนักงานและองค์กร การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง: HR ควรมีทักษะการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เนื่องจากสภาวะการทำงานและการบริหารทรัพยากรมนุษย์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้และการพัฒนาตนเองเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปรับตัวและเติบโตในบทบาทของ HR ธุรกิจและองค์กรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาทักษะที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยให้ HR มีความสามารถในการทำงานและตอบสนองต่อสถานการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสภาวะปัจจุบันและในอนาคต เครดิต : HR Thailand

Pulse Survey ต่างจากแบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีอย่างไรบ้าง ?

Pulse Survey ต่างจากแบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีอย่างไรบ้าง ?

ความถี่: Pulse Survey จะถูกส่งให้พนักงานเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต่างจากแบบสำรวจประจำปีที่ถูกส่งให้พนักงานเพียงแค่ปีละครั้ง Pulse Survey อาจถูกส่งเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส ความถี่ในการส่ง Pulse Survey นั้นไม่มีกฏตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับว่า บริษัทของคุณต้องการเห็นผลจากการสำรวจบ่อยแค่ไหน และ บริษัทของคุณสามารถตอบสนองต่อผลลัพธ์ได้เร็วแค่ไหน ความเฉพาะเจาะจง: Pulse Survey มักจะเน้นถามคำถามทีละหัวข้อหรือเป็นชุดหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกัน ในขณะที่แบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีอาจครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ในการทำงานที่กว้างกว่า ความยาว: Pulse Survey นั้นสั้นกว่าแบบสำรวจ Employee Engagement ประจำปีมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีคำถามเพียงแค่ 1 ถึง 15 ข้อเท่านั้น สำหรับจำนวนคำถามที่ต่างกัน หาก Pulse Survey ถูกส่งในความถี่ที่มากขึ้น จำนวนคำถามที่มีก็ควรจะน้อยลง ในการทำ Pulse Survey สามารถทำได้ในความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งก็จะส่งผลให้ความยากในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปปฏิบัติได้นั้นมีความยากที่ไม่เท่ากัน Pulse Survey แบบรายวันอาจให้ข้อมูลที่แม่นยำและเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคุณ […]

เคล็ดลับในการทำ Pulse Survey ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด

เคล็ดลับในการทำ Pulse Survey ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด

คุณในฐานะผู้นำองค์กรหรือผู้จัดการจะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก Pulse Survey ก็ต่อเมื่อรู้วิธีใช้เครื่องมือนี้อย่างถูกวิธี เพื่อที่จะเปลี่ยน Pulse Survey ให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ผู้นำองค์กรและผู้จัดการควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้: Pulse Survey อาจดูเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้ง่ายและให้ข้อมูลที่สำคัญต่อองค์กรได้เป็นอย่างดี แต่ความท้าทายที่แท้จริงของการทำ Pulse Survey คือการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ  หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 098-2872450 094-9486465 LINE: @GenZmanpower หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ ติดต่อหาเรานะคะ  เครดิต : https://blog.happily.ai/th/what-is-a-pulse-survey/

เนื้อหาของ Pulse Survey และตัวอย่างคำถาม

เนื้อหาของ Pulse Survey และตัวอย่างคำถาม

Pulse Survey เป็นแบบสอบถามที่จะช่วยให้องค์กรเข้าใจความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานในแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตการทํางาน จากคำถามที่ส่งให้กับพนักงานเป็นประจำในแต่ละหัวข้อ เช่น Pulse Survey ของคุณไม่จำเป็นต้องรวบรวมคำถามในทุกแง่มุมของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องถามในสิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับ เป้าหมาย และสิ่งที่ต้องการติดตามในองค์กรของคุณ โดยควรที่จะเน้นถามเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องและสำคัญต่อองค์กรของคุณเท่านั้น