มาทำความรู้จักกับมนุษย์ Toxic กัน

มาทำความรู้จักกับมนุษย์ Toxic กัน

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับมนุษย์ Toxic หรือ Toxic People กันก่อนเลยดีกว่า จริงๆ แล้วเราสามารถพบกับคนเหล่านี้ได้ทั่วไปเลย รวมทั้งในที่ทำงานด้วย มาดูกันดีกว่า ว่ามนุษย์ Toxic ในที่ทำงานมีลักษณะอย่างไรบ้าง คนประเภทนี้มักไม่สนใจคนรอบข้างหรือปัญหาที่เกิดกับคนอื่น หากเพื่อนร่วมงานมีอุปสรรคในการทำงานมักจะไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือ แต่หากตัวเองเจอปัญหาในการทำงานเมื่อไร ทุกคนในทีมจะต้องมาช่วยเขาแก้ปัญหาทุกครั้ง และยังเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองค่อนข้างสูง แถมยังไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นอีกต่างหาก เวลามีโปรเจคต์ที่ต้องช่วยกันทำงานเป็นทีม คนเหล่านี้มักชอบหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขอความช่วยเหลืออะไรไป ก็มักจะอิดออด แต่เมื่อถึงวันที่ต้องพรีเซนต์งานกับหัวหน้า กลับโผล่มาซะอย่างนั้น แถมเคลมว่าเป็นผลงานตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องของการนินทามีอยู่ในทุกสังคม โดยเฉพาะสังคมมนุษย์เงินเดือนยิ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งคนขี้เม้าท์เหล่านี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งมนุษย์ Toxic เช่นกัน เพราะบางครั้งเรื่องราวที่ถูกพูดถึงลับหลังอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป บุคคลจำพวกนี้มักชอบวิพากษ์วิจารณ์งานของคนอื่น ทั้งๆ ที่บางงานตัวเองแทบไม่ได้ทำด้วยซ้ำ แต่ก็อยากมีส่วนร่วม ซึ่งบางทีคำวิจารณ์เหล่านี้ อาจทำให้ผู้ได้ยินเสียกำลังใจและรู้สึกไม่ดีก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่ผลงานของเขาก็อาจจะไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไร  คนแบบนี้ก็ถือว่าน่าเบื่อไม่แพ้กัน เพราะเวลาที่ไม่พอใจอะไรก็มักจะเล่นใหญ่อยู่ตลอดเวลา แสดงออกทางอารมณ์แบบเกินเบอร์โดยที่ไม่แคร์ใครทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่คนพวกนี้มักไม่รู้จักการควบคุมอารมณ์ตัวเอง และไม่มีความเกรงใจในการโมโหใส่คนอื่น พยายามคิดเสมอว่ามนุษย์ Toxic นั้นมีอยู่ทุกที่ และการที่คุณต้องมาเจอคนประเภทนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ดังนั้นขอให้ตั้งสติในการเผชิญกับปัญหานี้ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ Genz Manpower เรามีบริการดีๆ […]

Genz Manpower เรามีบริการสรรหาพนักงานดีๆ มาแนะนำ

Genz Manpower เรามีบริการสรรหาพนักงานดีๆ มาแนะนำ

Genz Manpower เรามีบริการสรรหาพนักงานดีๆ มาแนะนำ   Pack A การันตี 30 วัน ค่าบริการ 1.0 เท่า ของเงินเดือนพนักงาน หากพนักงานลาออกก่อน สรรหาให้ใหม่ ฟรี อีก 1 ครั้ง  Pack B การันตี 60 วัน ค่าบริการ 1.8 เท่า ของเงินเดือนพนักงาน หากพนักงานลาออกก่อน สรรหาให้ใหม่ ฟรี อีก 1 ครั้ง  Pack C การันตี 90 วัน ค่าบริการ 2.0 เท่า ของเงินเดือนพนักงาน หากพนักงานลาออกก่อน สรรหาให้ใหม่ ฟรี อีก 2 ครั้ง  หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่  098-2872450  094-9486465 Line: @GenZmanpower  หากต้องการสรรหาพนักงานที่ตรงใจ […]

หนังสือสัญญาจ้างงาน ก่อนเซ็นต้องดูอะไรบ้าง

หนังสือสัญญาจ้างงาน ก่อนเซ็นต้องดูอะไรบ้าง

“หนังสือสัญญาจ้างงาน” ที่เราจะต้องเซ็นเพื่อให้กระบวนการเริ่มทำงานสมบรูณ์ แต่ก่อนที่จะเซ็นเอกสารวันนี้เรามาดูกันว่า ก่อนจะเซ็นเอกสารฉบับนี้ เราต้องทำอย่างไรบ้าง สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือการอ่านสัญญาโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดต่าง ๆ เงื่อนไข สวัสดิการ หรือว่ารายได้ เราต้องอ่านให้ละเอียดรอบคอบ เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อเราตลอดระยะเวลาในการทำงานที่นี่ ดังนั้นเราควรอ่านให้ละเอียด ชนิดที่ว่าต้องอ่านทุกบรรทัดห้ามข้ามโดยเด็ดขาด สิ่งที่สองที่ควรดูในสัญญาจ้างคือ ตำแหน่งและความรับผิดชอบของเรา ว่าตรงกับตำแหน่งที่เราได้สัมภาษณ์หรือไม่ หากไม่ตรงควรที่จะสอบถามฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทโดยทันที เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดของตำแหน่งงานและความรับผิดชอบให้ชัดเจน  สัญญาจ้างงานนอกจากจะระบุรายละเอียดของงานแล้ว ยังมีเรื่องของเงื่อนไขและกฎ ที่เราจะต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นเวลาเข้างาน ชั่วโมงในการทำงาน วันหยุด วันลา ระยะเวลาในการทดลองงาน รวมไปถึงเงื่อนไขที่หากเราลาออกจากบริษัท เราจะต้องแจ้งแผนกทรัพยากรบุคคล ล่วงหน้ากี่วัน เป็นต้น แม้ว่าในการรับสมัครงานหรือสัมภาษณ์งาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะแจ้งให้เราทราบถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของบริษัทให้ผู้สมัครรับทราบแล้ว แต่ว่าเราควรที่จะดูว่าในสัญญาจ้างนั้นมีสวัสดิการต่าง ๆ ตรงกับที่ได้รับแจ้งหรือไม่ รวมถึงเรื่องของภาษีและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะทำให้เราวางแผนได้ง่ายขึ้น การทำงานวันแรกนั้นมีความหมายอย่างมากต่อหน้าที่การงานและสภาพจิตใจ ดังนั้นไม่มีใครที่อยากจะทำงานสายตั้งแต่วันแรกหรือหนักกว่านั้นคือลืมว่า วันแรกที่ต้องทำงานวันไหน ซึ่งเรื่องนี้จะสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับตัวเราตลอดระยะเวลาในการทำงานที่นี่ก็เป็นได้ หลังจากที่เราเซ็นหนังสือสัญญาจ้างงานแล้ว เราควรที่จะที่เก็บสำเนาของเอกสารเอาไว้ เนื่องจากในบางครั้งหากเกิดข้อพิพาทขึ้นมา เราก็สามารถที่จะอ้างอิงกฎรวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้ในสัญญาได้ จะทำให้เราไม่เสียเปรียบ หลาย ๆ บริษัทรวมถึงนายจ้างแม้ว่าจะมีการตกลงจ้างงานกันแบบปากเปล่าแล้ว […]

HR เตรียมรับมือแก้ปัญหา การลาออกหลังได้โบนัส

HR เตรียมรับมือแก้ปัญหา การลาออกหลังได้โบนัส

เรียกได้ว่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำทุกปีของเกือบจะทุกองค์กร ที่หลังจากพนักงานได้รับเงินโบนัสประจำปี จะทยอยกันยื่นจดหมาย ลาออกหลังได้โบนัส วันนี้เรามาดูวิธีแก้ไขกันเถอะ สำหรับ Gen X และ Gen Y ความรักในองค์กรอาจมีความเข้มข้นกว่า Gen Z เนื่องจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่จะไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ หรือทำงานที่เดิมนาน ๆ หากดูแล้วว่าโอกาสที่จะก้าวหน้าในองค์กรที่ทำอยู่ไม่มี ก็จะลาออกในทันที องค์กรจึงต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติให้พนักงานรุ่นใหม่มีใจรักในองค์กร ทำให้เกิดความภูมิใจในองค์กร  เงินโบนัสอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับความต้องการของพนักงานเสมอไปก็เป็นได้ หากไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้ไขว่คว้าแล้ว นำไปสู่ความเบื่อหน่ายและลาออกจากงานในที่สุด การแก้ปัญหาหากพนักงานต้องการลาออก อาจทำได้โดยการเสนอตำแหน่งใหม่ให้ หรือเสนอการ Rotate ย้ายแผนก ย้ายทีม ย้ายสาขา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสก้าวหน้าในการทำงานมากขึ้น ลองให้พนักงานได้ทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่งาน Routine เช่น เข้าร่วมทีมกับฝ่ายบุคคลเพื่อทำโปรเจกต์ฉลองวันเกิดให้กับพนักงานในองค์กร เป็นต้น หรือการสร้าง Challenge ในการทำงานให้กับบริษัท ด้วยโปรเจกต์ชิงรางวัลภายในองค์กร โดยให้พนักงานรวมกลุ่มกันส่งผลงานเช้าชิง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างความตื่นตัวในการทำงาน สุดท้ายแล้วสิ่งที่พนักงานต้องการมากที่สุดก็ยังคงเป็นสวัสดิการที่ดี อย่างการปรับขึ้นเงินเดือน การจ่ายโบนัส ซึ่งการแก้ปัญหาหนึ่งที่องค์กรมักเลือกทำคือ การกระจายจ่ายเงินโบนัส แบ่งออกเป็น […]

วิธีการพัฒนาตนเองให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

วิธีการพัฒนาตนเองให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

ในปัจจุบันเทรนด์การทำงานได้เปลี่ยนไป องค์กรส่วนใหญ่จึงได้มีการปรับตัวเอง และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถได้เติบโตและมีตำแหน่งสูงๆ ไม่แพ้คนอายุมากเลยทีเดียว ดังนั้นลองมาดู 6 วิธีง่ายๆ ในการพัฒนาตนเองในการทำงานกันดีกว่า เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว เราก็ต้องเรียนรู้ในหน้าที่การงานของเราด้วย ต้องรู้ว่าตำแหน่งที่เราทำ มีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กรบ้าง แล้วจะช่วยพัฒนาให้กับองค์กรได้อย่างไร เพราะนี่ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เรามีแรงบันดาลใจในการอยากพัฒนาตนเองในการทำงาน อย่าลืมว่าเรื่องของการปรับเลื่อนตำแหน่งในองค์กร เหล่าผู้บริหารก็มักจะมีคนที่ปักธงไว้ในใจแล้ว ว่าคนที่พวกเขาปักหมุดไว้ มีความสามารถมากพอที่จะผลักดันให้รับตำแหน่งสูงๆ ดังนั้นหากเราอยากแซงหน้าหรือโตเร็วกว่าคนอื่น เราก็ต้องกล้าที่จะออกจากกรอบ แสดงตัวตนและสร้างความโดดเด่นให้ผู้บริหารเห็นว่าเราก็มีศักยภาพไม่แพ้คนอื่น ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน การเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงาน ที่ต้องอาศัยการติดต่องานต่างๆ เป็นหลัก รวมไปถึงการขอความช่วยเหลือ ดังนั้นหากเราทำตัวเป็นคนไนซ์กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน เพื่อนร่วมทีม หรือเพื่อนต่างแผนก ก็จะช่วยทำให้เราได้รับคะแนนบวกเสริมเข้าไปอีก เมื่อเราทำหน้าที่หรือภาระงานของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเดดไลน์แล้ว หากมีเวลาเหลือก็ไม่ควรลังเลที่ช่วยเหลือคนอื่นในทุกครั้งที่มีโอกาส เขาก็จะได้เห็นว่าคุณเป็นคนมีน้ำใจและเสียสละ การทำงานไปวันๆ ให้ผ่านพ้นไป แล้วรอรับผลตอบแทนตอนสิ้นเดือน อาจไม่ได้ส่งผลด้านความก้าวหน้าสักเท่าไรนัก ดังนั้นเราจึงควรต้องตั้งใจทำงานทุกชิ้นออกมาให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ  เมื่อทำงานดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงเลยก็คือ อย่าทำให้ตัวเองมีเรื่องเสื่อมเสียจนเป็นที่นินทาของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเล็กๆ น้อย หรือเรื่องจุกจิก ก็ไม่ควรให้เกิดขึ้นเด็ดขาด ความก้าวหน้าและการเติบโตในสายอาชีพถือเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญ ไม่ว่าใครจะทำอาชีพอะไร ทุกคนก็ล้วนวางแผนอยากให้ตัวเองเติบโตในสายงานนั้นอย่างมั่นคง Genz Manpower เราบริการสรรหาพนักงานที่มีคุณภาพให้คุณ  เครดิต […]

9 สัญญาณเตือน พนักงานกำลัง Workload

9 สัญญาณเตือน พนักงานกำลัง Workload

การเป็นหัวหน้านั้นไม่ใช่เพียงแต่ต้องบริหารงานให้เป็นอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักบริหารคนให้ได้ด้วย และนี่คือ 9 สัญญาณเตือน Workload ที่ควรสังเกตให้ดี ว่าพนักงานกำลังเผชิญกับ Workload อยู่หรือไม่ ข้อนี้น่าจะสังเกตได้ง่ายที่สุด เพราะแต่เดิมหากพนักงานมีนิสัยร่าเริง ตั้งใจทำงาน พูดคุยและมีมนุษย์สัมพันธ์กับทุกคนในที่ทำงาน แต่กลับเปลี่ยนไป ไม่ค่อยร่าเริง และไม่พูดคุยกับคนรอบข้างเหมือนแต่ก่อน ก็ควรลองหาเวลาพูดคุยกับพนักงานคนนั้นเป็นการส่วนตัว หากเกี่ยวข้องกับเรื่องของงานจริง ๆ ก็ควรรีบหาทางแก้ไขร่วมกันให้เร็วที่สุด อีกหนึ่งจุดสังเกต Workload คือ พนักงานบางคนอาจมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมหรือคนอื่น ๆ ในทีมน้อยลง หรือชอบปลีกวิเวกไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แอบไปนั่งทำงานเงียบ ๆ ใส่หูฟังทำงานตลอดเวลา ไม่เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้ หากพนักงานมีพฤติกรรมลาป่วยบ่อย แบบไม่ทราบสาเหตุของอาการป่วยที่แน่ชัด อาจเป็นสัญญาณว่าพนักงานกำลังอยู่ในภาวะ Workload จนส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้อาการป่วยอาจเกิดจากความเครียดจากงาน จนนำไปสู่โรคต่าง ๆ ทางร่ายกายได้เช่นกัน หากเริ่มสังเกตเห็นว่า ลูกทีมมาทำงานเช้ากว่าเดิม กลับดึกอยู่บ่อยครั้ง หรือบางครั้งก็มีการหอบโน้ตบุ๊กกลับไปที่บ้านด้วย เป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการทำงานแบบ Workload ที่ต้องรีบแก้ไขหรือให้การช่วยเหลือ เรื่อง Human Error หรือความผิดพลาดในการทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ส่วนหนึ่งก็มีสาเหตุมาจากการที่พนักงานมักทำงานหนักมากเกินกว่าที่ศักยภาพจะรับไหว […]

10 พฤติกรรมการข่มเหงรังแกในที่ทำงาน เสี่ยงผิดอาญา

10 พฤติกรรมการข่มเหงรังแกในที่ทำงาน เสี่ยงผิดอาญา

ผู้ถูกกระทำสามารถแจ้งความเอาผิดต่อผู้ที่มากลั่นแกล้งหรือข่มเหงรังแกได้ โดยเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 397 ตั้งแต่วันสมัครงาน ทุกคนจะต้องมี Job Description ของตนเองระบุไว้อยู่แล้ว หากได้เข้าไปทำงานจริงๆ แล้ว บางครั้งการได้ทำงานนอกเหนือจากหน้าที่ หากมองในแง่บวกก็ถือเป็นเรื่องดี ที่เราจะได้ฝึกฝนทักษะ และเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ แต่หากเป็นการถูกโยนงานให้แบบไม่ชอบธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งให้ทำงานที่ไม่ตรงขอบเขต จนลามไปถึงการกลั่นแกล้งให้เราเกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน จุดนี้ก็สามารถถือเป็นความผิดได้เช่นกัน พื้นฐานของการทำงานที่ดีควรมาจากความสุข หากเรามีความสุขในการทำงานแล้ว ย่อมส่งผลให้ชิ้นงานนั้นๆ ออกมามีคุณภาพ แต่หากงานดังกล่าวกลับมีความกดดันเกิดขึ้น จนก่อให้ความเครียดสะสม ลามไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันนอกออฟฟิศของเรา แบบนี้ก็ถือเป็นความผิดที่เสี่ยงอาญาได้ ในการทำงาน คนเรามักมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ในฐานะหัวหน้าที่ดีคือ สามารถเรียกลูกน้องไปตักเตือนด้วย แต่ต้องเป็นการเตือนแบบไพรเวท ไม่ใช่การดุด่าว่ากล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรงในสถานที่ที่มีคนอยู่ด้วยเยอะๆ หรือด่าต่อหน้าคนในออฟฟิศ ด่ากราดลูกน้องที่ทำผิดแบบไม่ไว้หน้าต่อหน้าธารกำนัล ทำให้ลูกน้องเกิดความอับอาย ก็สามารถนำเรื่องนี้มาร้องทุกข์กล่าวโทษได้เหมือนกัน การถูกละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวจนเกินไป แน่นอนว่าชีวิตในออฟฟิศมักไม่ได้มีแต่เรื่องงาน ซึ่งบางคนก็อยากแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันให้ชัดเจน แต่ก็มักจะมีกลุ่มคนบางประเภทที่มักจะอยากรู้ชีวิตส่วนตัวของคนอื่นมากจนเกินไป จนทำให้ผู้เสียหายรู้สึกอึดอัด ข้อนี้อาจจะคล้ายๆ กับข้อ 1 แต่ก็มีหัวหน้าบางประเภทที่ไม่ชอบลูกน้องคนนี้เอาซะเลย เพราะฉะนั้นก็แกล้งด้วยการให้ลูกน้องคนนี้อยู่เฉยๆ ดีกว่า หรือมอบหมายงานอะไรสักอย่างที่ไม่มีคุณค่า แล้วพอถึงเวลาประเมินผลงาน ก็กลับตลบหลังด้วยการบอกว่าลูกน้องคนนั้นไม่มีผลงานชิ้นโบว์แดง เลยต้องให้คะแนนน้อยกว่าปกติ ตามหลักแล้วก่อนการทำงาน เราทุกคนจะต้องมีการตกลงกับนายจ้างอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเงินเดือนที่ได้รับจะอยู่ที่เท่าไร และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีการลดเงินเดือนเกิดขึ้น […]

หัวหน้ารู้ไว้! ไม่ตอบไลน์ นอกเวลางาน หรือในวันหยุด ไม่ใช่ความผิด ไม่มีสิทธิไล่ออก

หัวหน้ารู้ไว้! ไม่ตอบไลน์ นอกเวลางาน หรือในวันหยุด ไม่ใช่ความผิด ไม่มีสิทธิไล่ออก

วันหยุดไม่ได้หยุด เวลาพักไม่ได้พัก เมื่อหัวหน้าสั่งงานเราได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่พิมพ์ และหลายคนเลือกที่จะตอบไลน์นอกเวลางาน เพราะกลัวว่าจะทำให้งานไม่ผ่านการประเมิน และดูเป็นคนไม่รับผิดชอบ ส่วนหัวหน้าบางคนก็มักใช้ข้ออ้างว่า ไลน์ทิ้งไว้ก่อน มาอ่านที่หลังได้นะ เพราะกลัวตัวเองลืม ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว การ ไม่ตอบไลน์ นอกเวลางาน นั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิดแต่อย่างใด การสั่งงานผ่าน Line และ Social media อื่น ๆ ในเวลางาน เป็นสิ่งที่นายจ้างสามารถทำได้ เพราะยังอยู่ในช่วงเวลาทำงานตามที่ได้ตกลงกันไว้ การสั่งงานผ่าน Line Facebook message Whatsapp และ Email “นอกเวลางาน” หรือ “ในวันหยุด” ที่ทำให้ลูกน้องหรือลูกจ้าง ต้องทำงานนอกเวลางาน เช่น การทำเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล หรือค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อใช้ในงาน หรือทำงานอื่น ๆ ลูกน้องมีสิทธิที่จะปฏิเสธได้ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 24 และหัวหน้าหรือนายจ้างไม่มีสิทธิเอาเหตุผลนี้ไปใช้ประเมินผลงานได้ เพราะถือว่าเป็นการ “สั่งงานนอกเวลางาน” นอกจากนี้ ถ้าต้องทำงานล่วงเวลาจริง ๆ […]

ความสำคัญของ PDPA

ความสำคัญของ PDPA

ความสำคัญของ PDPA คือการทำให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในข้อมูลส่วนตัวที่ถูกจัดเก็บไปแล้ว หรือกำลังจะถูกจัดเก็บมากขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้แก่เจ้าของข้อมูล โดยมีสิทธิที่สำคัญคือ สิทธิการรับทราบและยิมยอมการเก็บข้อมูลส่วนตัว และสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว คัดค้านและเพิกถอนการเก็บและนำข้อมูลไปใช้ และสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนตัว สิทธิที่เพิ่มขึ้นของเจ้าของข้อมูล ทำให้ผู้ประกอบการขององค์กรและบริษัทต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเก็บรวบรวมและนำข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงานในองค์กร หรือบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติของ PDPA พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยหากคุณเป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นตัวแทนองค์กรที่ดำเนินการเรื่อง PDPA วันนี้เราจะช่วยคุณเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA กัน หากคุณต้องการเก็บรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูล นำข้อมูลไปใช้ รวมถึงการเก็บรักษาและดูแลความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคคลของลูกค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้อง คุณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้โดยด่วน เพราะในขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ. PDPA แล้ว หากคุณไม่ดำเนินการตามหลักของ PDPA คุณอาจต้องรับโทษร้ายแรงทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด หากคุณกำลังมองหาตัวช่วย เรามีจัดอบรมพนักงานในองค์กร PDPA Training & Seminars โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการ ขอบคุณแหล่งที่มา : […]

PDPA คือ อะไร ?

PDPA คือ อะไร ?

PDPA คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของทุกคน รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลและนำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเสียก่อน พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) คือกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เช่น การซื้อขายข้อมูลเบอร์โทรศัพท์และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ยินยอม ที่มักพบได้มากในรูปแบบการโทรมาโฆษณา หรือล่อลวง โดยกฎหมายนี้ได้เริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รูปถ่าย บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้ อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลในรูปแบบเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ PDPA ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนในขณะนี้ หากคุณต้องการที่จะหาความรู้เพิ่มเติม เรามีการจัดอบรมพนักงานในองค์กร PDPA Training & Seminars โดยผู้เชี่ยวชาญ ขอบคุณแหล่งที่มา […]