Gen Z คือคนกลุ่มไหนกันนะ

Gen Z คือ คำนิยามล่าสุดของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน หมายถึง คนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 หรือปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา เด็ก ๆ กลุ่ม Gen Z นี้จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายที่อยู่แวดล้อม มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ และเรียนรู้ได้เร็ว คนกลุ่ม Gen Z เป็นประชากรกลุ่มอายุน้อยที่สุดและมีความมั่นใจในตัวเองสูง ประชากรเกิดใหม่น้อยลง และปัญหาด้านดำเนินชีวิต การทำงาน ที่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่าย และอื่น ๆ อีกมากมายทำให้ค่านิยมการมีลูกน้อยลง

เรามาทำความรู้จักกับ (Gen Z) กลุ่มอายุ 15-18 ปี 

ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่เกิดตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมาและไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่พวกเขาใช้เวลากับโซเชียลมีเดีย วันละ 2-4 ชั่วโมง พร้อมกันนี้กลุ่ม Gen Z เต็มใจที่จะลงทุนเพื่ออนาคตส่วนใหญ่พวกเขาจะยอมรับเงินเดือนที่ต่ำกว่าคุณวุฒิสำหรับงานแรกเพื่อให้ได้เข้าไปฝึกฝนและได้ประสบการณ์ที่ดีกว่าอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องเงินเดือนเพื่อให้ได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง จะทำให้กลุ่ม Gen Z สนใจได้มากกว่าบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียง แล้วความพิเศษของกลุ่ม Gen Z ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากผลสำรวจก็เป็นผลดีสำหรับเด็กยุค Gen Z ที่มีความคิดที่ก้าวกระโดดมากขึ้น และสิ่งที่ต้องปลูกฝังและให้ความสำคัญก็คือ เรื่องของศีลธรรมและจริยธรรมในการทำงานที่ไม่สามารถละทิ้งได้เลย เพราะเขาเหล่านี้จะได้เติบโตในหน้าที่การงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ 


พฤติกรรมของคนชาว Gen Zเป็นอย่างไร

1.ติดอยู่ในโลกออนไลน์ จึงสามารถรับข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาว Gen Z ชอบตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว

2.ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก

3. เปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างน่าจะมีแนวโน้มที่จะปรับทัศนคติได้ดี

4.มีความกล้าแสดงออก มั่นใจในตัวเองสูงมากและกล้าที่จะโชว์ 

5.มีความอดทนต่ำ ชอบทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

เมื่อเราก้าวขึ้นมาสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalizations)

 ที่มีอินเตอร์เน็ตเป็นศุนย์กลางในการสื่อสาร ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากมายในสังคมโลกและยังส่งผลอย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมของคนที่เกิดในยุคหลัง ๆ ด้วยโดยเราต้องก้าวให้ทันโลก และทำความเข้าใจกับคนในยุคต่างๆอย่างถ่องแท้  ตอนนี้เราขอนำเสนอ เจเนอร์เรชั่น Z กลุ่มคนที่อายุน้อยที่สุดที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ณ ตอนนี้ ว่าหนุ่มสาวชาวGen Z นั้นมีทัศนคติ มุมมองและความต้องการอย่างไรบ้างจากการทำงาน

คนทำงานยุค Gen Z

มีการเปลี่ยนงานในระยะเวลาอันสั้นมาก มีการย้ายงานสูงแต่ระยะหลังที่ Gen Z ก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างแท้จริง ทำให้ตัวเลขเหล่านี้เติบโตอยู่ในยุคของดิจิทัล และไอที ซึ่งปัจจัยที่มีผลทำให้กลุ่มนี้เปลี่ยนงานบ่อย ได้แก่ ความต้องการรายได้ที่สูงขึ้น ไม่พอใจกับสวัสดิการ ต้องการความก้าวหน้าในสายงาน และคาดหวังที่จะได้ทำงานตรงตามทักษะ และความสนใจ จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น และด้วยพฤติกรรมของชาว Gen Z ที่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อกับงานตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถทำงานได้จากทุกที่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อม ดังนั้น องค์กรจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคและสมัยในปัจจุบัน อย่างบางบริษัทในต่างประเทศก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเรื่องของไลฟ์สไตล์รูปแบบการทำงานให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เปลี่ยนจากการเข้างานที่ต้องเข้ามาตอกบัตร เป็นการตอกบัตรออนไลน์ แต่สิ่งที่ชาว Gen Z ต้องระมัดระวังเช่นกัน คือการเสพย์ติดเทคโนโลยีมากไปก็ อึดอัด ทำอะไรไม่ได้ แถมมีโอกาสที่จะขาดทักษะการเข้าสังคม มีโลกส่วนตัวสูงมาก จนถึงขั้นขาดความอดทน ฉะนั้นองค์กรต่าง ๆ ควรมีนโยบายให้ชาว Gen Z มีโอกาสได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วย ก็จะมีประโยชน์ไม่น้อย

ข้อมูลจาก Adecco Group Thailand ทางไลน์ @prachachat

ปัจจัยที่ทำให้คน GEN Z ให้ความสำคัญ

โลกของการทำงานในทุกวันนี้เต็มไปด้วยความหลากหลาย ในองค์กรขนาดใหญ่อาจมีคนหลาย Generations เข้ามาทำงานร่วมกัน แต่ปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่โลกการทำงาน ก็คือคน Gen Z ที่มีอายุตั้งแต่ 9 – 22 ปี  ซึ่งหมายความว่า Gen Z ที่อายุมากที่สุดทยอยเรียนจนจบในระดับปริญญาตรีและกำลังมองหาที่ทำงาน ถ้าองค์กรของคุณยินดีต้อนรับเด็กจบใหม่เข้าทำงาน ก็หมายความว่าคุณได้ต้อนรับ Gen Z มาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแล้ว 

ซึ่ง Gen Z นี้เรียกได้ว่าเป็น Digital Native เป็นเจเนอเรชั่นที่เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่รายล้อมไปด้วยเทคโนโลยี ทำให้คนรุ่นนี้มีทั้งความรู้และความสามารถด้านนี้เป็นอย่างมากเพราะได้คลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก มีโลกทัศน์ที่กว้างเพราะการติดต่อสื่อสาร แถมการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ จากทั่วโลกก็ทำได้ง่าย และด้วยความที่พวกเขาเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา ทำให้คน Gen Z นี้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ และปรับตัวได้เร็ว

ถึงแม้ว่าตอนนี้องค์กรของคุณอาจจะยังไม่ได้ต้อนรับคน Gen Z แต่ในอนาคตอันใกล้พวกเขาจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่แน่นอน

ปัจจัยที่ทำให้คน Gen Z อยากเปลี่ยนงานมากที่สุด

1.เงินเดือนที่ได้ไม่ตรงกับที่ต้องการไม่ว่าจะคน Gen ไหน ๆ ต่างก็อยากได้รายได้ที่มากขึ้นด้วยกันทั้งนั้น

2.สวัสดิการไม่ตรงใจโดยเฉพาะคน Gen Z เป็นกลุ่มที่เชื่อมั่นและชอบการปรับสิ่งต่างๆถ้าบริษัทมีสวัสดิการดีๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คน Gen Z ทำงานกับบริษัทได้ไปนานๆเพราะคนกลุ่มนี้เลือกที่จะเปลี่ยนงานถ้าสวัสดิการไม่ตรงกับใจ

3.โบนัสไม่ดีพอ จึงทำให้คน Gen Z ถอดใจแล้วเลือกที่จะเปลี่ยนงานใหม่

4.ทำงานแล้วไม่ก้าวหน้าเพราะไม่มีใครที่อยากนั่งทำงานเดิม ๆ ในตำแหน่งเดิมไปตลอดชีวิต นอกจากจะไม่ได้ก้าวหน้าแล้ว ยังไม่ตรงกับความสามารถอีกด้วย คน Gen Z มองว่างานที่ทำอยู่ไม่มีความก้าวหน้าก็เลือกที่จะเปลี่ยนงานดีกว่า

Gen Z คาดหวังอะไรจากที่ทำงานใหม่


1.ต้องการเงินเดือนสูงขึ้นและงานที่ตรงกับทักษะและความสามารถของตัวเอง

2.สวัสดิการที่ดีขึ้นกว่าเดิม มีความมั่นคงและมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้งานมากขึ้น

แม้ว่าคนกลุ่ม Gen Z เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่โลกของการทำงานไม่นานนัก แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยีอาจจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโลกของการทำงาน ความเชี่ยวชาญของคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นกำลังหลักสำหรับการขับเคลื่อนองค์กรในหลายธุรกิจเรามีการวางแผนในการบริหารและดูแลพนักงานเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่องค์กรของ Gen Z ได้ดี

ทำอย่างไรให้คน Gen-Z ทำงานร่วมกับคน Gen อื่นแล้วได้

องค์กรในยุคดิจิทัลทุกวันนี้ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเพื่อปรับเปลี่ยนและขับเคลื่อนบริษัทให้ส่งมอบสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดได้ดีที่สุด และในขณะเดียวกันก็ต้องสร้าง Digital Workplace ให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ของพนักงานรุ่นใหม่และได้มีการจ้างพนักงานรุ่นใหม่กันมากขึ้น โดยเฉพาะคน Gen-Z น่าจะครองพื้นที่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในตำแหน่งงานเกี่ยวกับดิจิทัล และการที่จะปรับเปลี่ยนให้องค์กรก้าวเข้าสู่ Digital Workplace ได้สำเร็จ ผู้นำองค์กรจะต้องเข้าใจความเหมือนและความต่างของพนักงานออฟฟิศที่มาจากวัยและรุ่นที่แตกต่างกัน และต้องเข้าใจความคาดหวังของพนักงานแต่ละคน ความพร้อมของแต่ละคนในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ความสามารถในการปรับตัวและรับเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเมื่อปรับเปลี่ยนแล้ว คุณค่าในการจ้างงานของแต่ละตำแหน่งยังคงเดิมหรือไม่

ทำอย่างไรให้คน Gen-z นำองค์กรสู่ความเป็นดิจิทัล

พนักงานรุ่นใหม่ที่เกิดมาในยุคดิจิทัลจะมีการรับรู้แล่ะความปราถนาที่จะเรียนรู้โดยการจุดประกายให้เกิดการปรับเปลี่ยนไปสู่ ดิจิทัล คน Gen Z จะเห็นโอกาส มีความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองที่สดใสและมีรูปแบบการทำงานที่ใหม่ๆ นอกจากนี้แล้วยังมีประสบการณ์ทำงานเสมือนจริง ฯลฯ ผสมผสานกันไปนั่นหมายความว่า ผู้นำองค์กรยุคดิจิทัลมีโอกาสที่จะคิดหรือทำการใหญ่ๆได้ง่ายขึ้น

ผู้นำองค์กรมีการเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีต่างๆ และลองลงมือทำเพื่อประสบการณ์ในการทำงานแต่ถ้ามีประสบการณ์มากพอแล้วจะได้ให้ช่วยหาแรงงานหน้าใหม่ๆ และทำให้รักษาพนักงานเดิมให้อยู่กับองค์กรนานๆ ที่สำคัญงานที่มอบหมายไปต้องตรงกับคนที่ถนัดมีประสิทธิภาพ หัวใจหลักก็คือ ผู้นำจะต้องเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้สัมผัสประสบการณ์จากคน Gen Z นำเข้ามาในองค์กร การเข้ามาสู่โลกการทำงานของคน Gen-Z แสดงให้เห็นถึงโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานและเรียนรู้ร่วมกันของคนระหว่างวัย    Gen-Z นำความสามารถและทักษะด้านดิจิทัลที่พวกเขาเกิดมาและช่วยในการทำงาน อันจะขับเคลื่อนองค์กร ผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คน Gen-Z มักมีความปรารถนาที่คล้ายกับคน Gen-Millennial ที่อยากจะสร้างอิมแพ็คที่มีคุณค่าและทำอะไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับชีวิต

คำถามในการสัมภาษณ์งาน ตอบยังไงให้ได้งานทำ

1.แนะนำตัวเอง

ในการแนะนำตัวเอง อย่าเอาแต่พูดถึงประวัติส่วนตัวมากเกินไป แต่ควรทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเราโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ โดยการอธิบายว่าเราเหมาะสมกับตำแหน่งนี้อย่างไรและเราถนัดหรือมีความสามารถนอกเหนือจากตำแหน่งนี้บ้างเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

2.สาเหตุที่ออกจากงาน

ควรตอบด้วยความเป็นจริงให้มากที่สุด สั้นๆ กระชับ ให้ได้ใจความพร้อมกับเหตุผลประกอบ เช่น บริษัทตอนนี้ใกล้จะปิดตัวเเล้ว และเราเห็นว่าบริษัทนี้ได้เปิดโอกาสให้กับพนักงานทุกคน พิสูจน์ความสามารถ และโปรโมตตัวเอง เพื่อเลื่อนขั้น

3.ทำไมคุณถึงมาสมัครงานกับบริษัทเรา

อาจจะตอบว่าเราชอบบริษัทนี้ อยากได้ร่วมงานด้วยอีกอย่างคือเราทำงานเดิม ๆ มาหลายปีเเล้ว จนความรู้ความสามารถของเราไม่ได้พัฒนาไประยะยาว กลัวหน้าที่การงานจะไม่ก้าวหน้า เงินเดือนจะน้อย และต้องตอบเเบบยิ้มเเย้ม อารมณ์ดี ผ่อนคลาย

4.ถ้าคุณได้มาทำงานกับบริษัทเราคุณคิดว่าจะทำอะไรให้กับบริษัทเราให้ดีที่สุด

ควรตอบอย่างมั่นใจในคำตอบที่เราตอบไปสามารถบ่งบอกถึงความตั้งใจจริงในการทำงาน และความสามารถของตัวเราเองและใช้ประสบการณ์และความรู้ที่เรียนมาตอบออกไปด้วยความมั่นใจ

5.คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่

เราควรจะหาข้อมูลจากทางเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานในบริษัทหรือ คล้ายกับตำแหน่งที่เราสมัครแต่ถ้าหากผู้สัมภาษณ์เสนอเงินเดือนมาสูงหรือต่ำกว่าที่เราตั้งไว้ เราก็อย่าเพิ่งรีบตอบตกลงอาจจะขอเวลาในการพิจารณาสัก 1-2 วันแล้วค่อยให้คำตอบ

6.คุณต้องการจะถามอะไรหรือไม่

เป็นคำถามปิดท้ายในการสัมภาษณ์งานเสมอถ้าเราทราบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้มากพอก็ไม่จำเป็นต้องตอบ

ข้อมูลจาก Tiger Soft (1998) co.,Ltd. , campus.campus-star.com

จุดเด่นในการตอบสัมภาษณ์งาน

1.เป็นคนที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ครับ / ค่ะ  

2.มีทักษะในด้านการเจรจาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งระหว่าง พนักงาน/การพัฒนาด้านต่างๆแก่พนักงาน

3.การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่นจนอีกฝ่ายมีความรู้สึกที่ดี   

4.มีความซื่อสัตย์ตรงต่อหน้าที่และไม่นำความเป็นเพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะจะทำให้เกิดการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล   

5.งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำต้องเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา

จุดด้อยในการตอบสัมภาษณ์งาน

1.เป็นคนที่ตื่นเต้นง่ายกับเรื่องใหม่ๆและใจร้อนเมื่อทำงานผิดพลาดบางสถานการณ์อาจใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

2.งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำอาจจะช้าหน่อยแต่ผลงานที่ออกมาจะไม่ผิดพลาดแน่นอนเพราะเราได้ตรวจสอบการทำงานหลายๆครั้งอย่างถี่ถ้วน  

3.สื่อสารภาษาอังกฤษได้เพียงเล็กน้อย หรือไม่ได้เลย แต่ได้ไปลงเรียนไว้แล้วเพื่อปรับปรุงทักษะทางภาษาของ ตนเอง และ คาดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ในอนาคต  

4.ถ้าเป็นงานที่ใช้ทักษะการขับรถเราขับรถยนต์ไม่เป็นและปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์จำเป็นที่สุด

5.ไม่มีการวางแผนการทำงานอย่างชัดเจน

ข้อมูลจาก Marketeeronline.co

สาเหตุที่คนไทยส่วนใหญ่ตกงาน

1.ผู้ประกอบการต้องการเด็กจบสายอาชีพมากกว่าและทำงานได้ดีกว่า เงินเดือนถูกกว่า  ป.ตรีและได้มีการคาดการณ์ออก  มาแล้วว่าในอนาคตข้างหน้านี้อาชีพที่ต้องการมากที่สุดได้แก่  ด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์  ด้านสุขภาพ  ด้านการตลาดออนไลน์  และการสร้างนวัตกรรม โดยไม่ใช่แค่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่จะ ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดอีกด้วย

2.คนไทยส่วนใหญ่หนักไม่เอา เบาไม่สู้ หรือไม่ก็ไม่กล้าเสี่ยงจึงทำให้คนไทยบางส่วนกระเสือกกระสนไปทำงาน ต่างประเทศ แม้จะต้องแลกมาด้วยการทำงานแบบผิดกฎหมาย หยาดเหงื่อ และน้ำตา แต่เมื่อเทียบกับค่าแรง ค่าเงิน และคุณภาพชีวิตแล้ว คนส่วนใหญ่ก็ยอมที่จะไปตายเอาดาบหน้า

3.เศรษฐกิจไม่ดีทำให้องค์กรอยากจะจ้างพนักงานด้วยเงินเดือนที่น้อยแต่ที่สุดเหตุที่นายจ้างส่วนใหญ่ต้องรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน เพราะไม่มีคนไทยอยากทำงาน ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยบางคนตกงาน

4.เกี่ยงงาน เลือกงาน ไม่อดทนทำได้ไม่นานก็ถอดใจไป  เพราะจริง ๆ แล้วในเมืองไทยยังมีตำแหน่งงานว่างอีกมากมาย 

5. มีแนวโน้มจำนวนคนตกงานทั่วโลก ในอีกประมาน  5 – 10 ปีข้างหน้าเพราะในอนาคตข้างหน้านี้อาจจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี แต่อีกสาเหตุที่ทำให้บัณฑิตไทยจบไปทำงานไม่เป็น ส่วนสำคัญก็มาจากระบบการศึกษาที่ยังคงเน้นความรู้มากกว่าการพัฒนาทักษะ และที่สำคัญการเรียนรู้ที่ต้องเน้นให้เด็กคิดเป็น คือการต่อยอดไปสู่การเป็นแรงงานที่มีคุณภาพข้อมูลจากTEP – Thailand Education Partnership

 ลักษณะคนที่จะประสบความสำเร็จได้

1.มีทักษะการแก้ไขปัญหา  เช่น  การคิด วิเคราะห์ ในการแก้ปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน และ สามารถจัดการปัญหาให้ดีขึ้น มีการคิดหาวิธีรับมือและป้องกันปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต

2.การคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มีความยืดหยุ่นและสามารถพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์ จนสามารถบรรลุเป้าหมายได้ เช่น การคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบ วัดผลได้การคิดแบบเหตุผลเชิงตรระกะและเชิงกลยุทธ์ในการพิจารณา
3.มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าตนเองจะมีเงินเท่าไร ในอีกกี่ปีข้างหน้า  มีความฝัน มีจินตนาการ และกล้าที่จะลงมือกระทำเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของตน

4.คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ทั้งนั้นขอแค่เราเห็นโอกาสแล้ว ลองลงมือทำดูเท่านั้น ไม่ว่าสิ่งนั้นยากเพียงใดก็ตาม เพื่อช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่คนหมู่มาก

5.มองหาโอกาสต่างๆ และไม่เสียเวลาไปกับปัญหาที่เกิดขึ้น หรือช่องทางที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ คิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วลงมือกระทำ และไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

6.รู้จักใช้เงินอย่างฉลาด บริหารเงินให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ใช่ว่าหาเงินมาได้มากเท่าไหร่ ก็ใช้ไปเท่านั้น หรือมี 100 บาทแต่ใช้ 500 บาทแบบนี้เป็นต้น พวกเขาจะรู้จักหาวิธีที่สามารถช่วยทำให้เงินงอกเงย และช่วยเพิ่มพูนทรัพย์อย่างต่อเนื่อง รู้จักลงทุนโดยใช้ความคิดมากกว่าการใช้แรง

7.เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาและไม่เคยคิดว่าตนเองเก่งแล้ว แต่คนทั่วไปจะคิดว่า ประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถจึงทำให้หลงคิดว่าตนเองเก่งแล้ว เพราะผ่านประสบการณ์การทำงานมาหลายปี ฉะนั้น จึงมักไม่ยอมรับการสั่งสอนหรือคำแนะนำจากคนอื่น เพราะถือว่าเป็นการเสียหน้าเป็นอย่างมาก ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วเข้าไว้เพื่อจะได้เรียนรู้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ข้อมูลจากhttp://www.wisethailand.com/

https://stepstraining.co/

วิธีแก้ไขข้อเสีย

1.ลองนั่งนึกดูว่าเราเคยทำผิดพลาดอะไรไปบ้าง และจดบันทึกไปว่าเราสังเกตเห็นอะไรในตัวเองถ้าคิดออกก็จด บันทึกไปหรืออาจจะถามคนในครอบครัวดูเพราะปัญหาเหล่านี้ได้พบเจอกับตัวเองสิ่งแรกคือครอบครัว เพื่อนสนิทมิตรสหาย เป็นส่วนใหญ่

2.หาทางป้องกันสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป เช่น ทำไมค่าน้ำ – ค่าไฟ ขึ้น คงเป็นเพราะเราเปิดน้ำ-ไฟทิ้งไว้และลืมปิด จึงทำให้ค่าน้ำ – ค่าไฟขึ้น เราอาจจะเขียนติดประตูก่อนออกจากบ้าน

3.หมั่นควบคุมความรู้สึก เมื่อทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไป ย่อมหงุดหงิด คิดอะไรไม่ออก หรือไม่ก็ยอมแพ้ไปเสียดื้อๆ ได้ง่าย ถ้าหากรู้สึกว่ายังมีอารมณ์รุนแรงหรือเครียดมากเกินไป ให้หยุดพัก ไม่มีประโยชน์ที่จะแก้ปัญหาตอนที่อารมณ์ขุ่นมัวอยู่

4.จัดการกับความรู้สึกตนเอง. การหาหนทางจัดการความรู้สึกด้านลบจะทำให้รู้สึกดีขึ้น ลองคิดวิธีการที่ใช้จัดการกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ดูว่าวิธีการไหนใช้ได้ผลดีและวิธีการไหนที่ทำให้เรารู้สึกแย่ลง เช่น การพูดสิ่งที่ดีกับตนเองออกกำลังกาย และทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างเช่น อ่านหนังสือ เป็นต้น5.การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ทักษะแบบกล้าแสดงออก คือการพูดหรือการแสดงความรู้สึกให้เหมาะสมถึงความเคารพผู้อื่นหลีกเลี่ยงการนิ่งเฉยไม่โต้ตอบ

แบบทดสอบที่แสดงถึงจุดเด่น จุดด้อย

1.เป็นสถานที่ทำงานที่ทันสมัยและอาหารสำหรับพนักงาน มีห้องนั่งเล่นพักผ่อนเพื่อความผ่อนคลาย

2.มีสวัสดิการที่ดึงดูดใจ เช่น โบนัสปรับตามความเหมาะสมสำหรับพนักงาน สามารถลาหยุดได้ในวันเกิดและวันสำคัญต่างๆอีกอย่างมีโปรแกรมการฝึกอบรมหรือสัมมนาให้

3.มีทัศนคติและแนวคิดต่ออาชีพ มีการกำหนดคุณค่าและคติพจน์ขององค์กร อีกอย่างมีความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงานที่ยืดหยุ่นไม่มีช่องว่างระหว่างกัน

4.มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคุณลักษณะของ Gen Z

อาชีพเด่นในปี 2020

1.นักการตลาดออนไลน์ ผู้คนส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือเช็คข้อมูลข่าวสารแทบจะทุกวินาที และแน่นอนที่สุดว่าสิ่งที่เราเช็ค ข้อมูลที่เราดู มันไม่ได้ฟรีเสมอไป สิ่งที่ติดตามมากับข้อมูลก็คือ โฆษณา นักการตลาดออนไลน์เลยต้องการสื่อสารให้ผู้รับข้อมูลได้รับรู้ถึงเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาชีพในอนาคตที่น่าสนใจนั่นคือนักการตลาดออนไลน์ ถ้าเราเก่งมีฝีมือจริง รับรองไม่ตกงานแน่ๆ

2.นักวิเคราะห์ข้อมูล ในยุค digital ข้อมูลเกือบทุกอย่างจะกลายเป็นขุมทรัพย์ ที่รอคอยให้คนที่มีทักษะการแปลงข้อมูลจึงกลายเป็นที่ต้องการของการตลาดแต่เราเก่งด้านคณิตศาสตร์ยังไม่พอต้องเก่งในแขนงความรู้ที่น้องจะไปวิเคราะห์ด้วย ซึ่ง แน่นอนว่าต้องรู้เยอะรู้จริง

3.ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในแต่ละปี   จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ประเทศที่ครองแชมป์นักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศไทยสูงสุดและ ประเทศที่น่าจับตามอง ในแง่ของประเทศที่ดึงดูดเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยได้อย่างก้าวกระโดด ได้แก่  ประเทศอินเดีย  โดยในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวอินเดียทำเงินให้กับประเทศไทยได้สูงกว่าประเทศอื่นๆ

4.ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงลิฟต์ จะรับผิดชอบตั้งแต่การตรวจสอบโครงสร้างลิฟต์ การผลิต ระบบการทำงาน ไปจนถึงการติดตั้งและซ่อมแซมลิฟต์โดยสาร และอาชีพนี้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมาก ๆ 5.สัตวแพทย์ ยุคสมัยนี้คนไทยเริ่มมีลูกน้อยลง และก็จะหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น และมีการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองเป็นอย่างดี คนที่รักสัตว์อยู่แล้ว อาชีพนี้ ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว แต่ความยากของอาชีพนี้อยู่ที่การวินิจฉัยโรคที่สัตว์เป็น เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้ และการให้ข้อมูลจำนวนมากแก่เจ้าของสัตว์ในด้านการรักษาและทางเลือกต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเจ้าของสัตว์ทุกคนควรจะได้รับความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาโดยสัตวแพทย์ ทั้งเรื่องเกี่ยกับเอกสารยินยอมและชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียจากการรักษาที่สัตว์จะต้องได้รับ

ข้อมูลจาก https://keystonetu.com 

https://www.krungsri.com

ลองทำ(ไม่เอาน่ะ)

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ 2 Generation ล่าสุดกันก่อน (Gen Y – Gen Z)

Gen Y (Why Generation) : ค.ศ. 1980? วัยรุ่น – วัยทำงาน เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน นิสัยชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบและกฎ คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการทำงานและยังมีความสามารถในการทำงานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังทำงานหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง คนกลุ่มนี้ Gen-Y เชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก จึงทำให้มีการแต่งงานช้าลง  และคนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีการใช้เครดิตการ์ดมากกว่า 1ใบ มักใช้บริการ Personal Credit มากขึ้น

Gen Z : ค.ศ. 2000 บ้างว่าเป็น iGeneration , internet generation หรือ Silent Generation (เจนเงียบ) เนื่องจากการสื่อสารระหว่างคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารผ่านข้อความบนหน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์แทนการพูดเพราะมีพฤติกรรมที่ชอบติดกับหน้าจอและชอบเช็คความเคลื่อนไหวของสังคมและเพื่อนที่รู้จักหรือคนที่อยากติดตามผ่านทางมือถือของตัวเองคนกลุ่มนี้จะไม่แบ่งแยกเพศ มีความเป็นส่วนตัวสูงและมีความหลากหลาย เป็นเพราะ “Gen Z” เชื่อมั่นในประสบการณ์จริง

เมื่อเราก้าวขึ้นมาสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalizations)

 เมื่อมีอินเตอร์เน็ตเป็นศูนย์กลางในการสื่อสารก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายในสังคมโลกและยังส่งผลอย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมของคนที่เกิดในยุคหลัง ๆ ด้วยโดยเราต้องก้าวให้ทันโลก และทำความเข้าใจกับคนในยุคต่างๆอย่างถ่องแท้  ตอนนี้เราขอนำเสนอ เจเนอร์เรชั่น Z คือกลุ่มคนที่มีอายุน้อยที่สุดและกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ณ ตอนนี้ หนุ่มสาวชาวGen Z นั้นจะมีทัศนคติ มุมมองและความต้องการอย่างไรจากการทำงานเปลี่ยนงานและย้ายงานสูงแต่ในระยะหลังที่ Gen Z ได้ก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างแท้จริงตัวเลขเหล่านี้เติบโตมากในยุคของดิจิทัล ไอที ที่สำคัญ ได้แก่ ความต้องการรายได้ที่สูงมีความก้าวหน้า สวัสดิการดี งานที่ได้ตรงตามทักษะ จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีทำให้พฤติกรรมของชาว Gen Z ที่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อกับงานตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถทำงานได้จากทุกที่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อม ดังนั้น องค์กรจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคและสมัยปัจจุบัน บริษัทต่างๆก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเรื่องของไลฟ์สไตล์รูปแบบการทำงานให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นโดยเริ่มเปลี่ยนจากการตอกบัตรเข้างาน เป็นการตอกบัตรออนไลน์ แต่สิ่งที่ชาว Gen Z ต้องระมัดระวังเช่นกัน คือการเสพย์ติดเทคโนโลยีมากไปก็อึดอัด ทำอะไรไม่ได้ แถมมีโอกาสที่จะขาดทักษะการเข้าสังคม มีโลกส่วนตัวสูงมาก จนถึงขั้นขาดความอดทน พวกเขาเหล่านี้จะมองว่าการทำงานนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในชีวิตจึงไม่น่าแปลกใจที่คนรุ่นนี้จะจัดลำดับการได้งาน ประสบการณ์ในชีวิตถึง 80 – 90 % และการเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คน Gen Z ให้ความสนใจอย่างมากจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นการสำรวจนี้ว่าผู้เดินทาง Gen Z เป็นวัยที่แน่วแน่และมีความต้องการที่จะออกสำรวจสิ่งต่างๆ ซึ่งทำให้พวกเขาวางแผนการเดินทางในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว ”ฉะนั้นองค์กรต่าง ๆ ควรมีนโยบายให้ชาว Gen Z มีโอกาสได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วย ก็จะมีประโยชน์ไม่น้อยซึ่งถือเป็นสิ่งที่คน Gen Z ชอบอย่างมาก”

ข้อมูลจาก Adecco Group Thailand ทางไลน์ @prachachat

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ บริษัทจัดหางาน (Gen Z)

Gen Z คือบริษัทจัดหาว่าจ้างพนักงานให้กับบริษัทต่างๆไม่ว่าจะเป็น พนักงานประจำ,ชั่วคราว แบบมีสัญญาว่าจ้าง พนักงานฝึกอบและการประเมินผลคัดเลือกให้กับบริษัทต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจรในเรื่องของการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพียงท่านกรอกรายละเอียดการลงทะเบียนของท่านส่งมา GenZ นั้นยังคอยให้ข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมความสามารถและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นที่สำคัญที่สุดกว่านั้น สวัสดิการก็ดีเพราะ Gen Z จะคอยให้คำปรึกษา ช่วยเหลือในเรื่องของการทำงานได้เป็นอย่างดีและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆอีกอย่างพนักงานที่ได้หามานั้นมีความเชื่อถือได้แน่นอนและสามารถดูข้อมูลประวัติต่างๆโดยไม่เสียเวลาไปค้นหาในเรื่องของการนัดสัมภาษณ์GenZคอยจัดการให้เพื่อคุณได้มีเวลาในการเตรียมตัว แต่บางครั้งอัตราค่าจ้างก็สูงเกินความสามารถเป็นครั้งคราวจึงก่อให้เกิดปัญหาการจ้างงานที่ซับซ้อนไม่เป็นมาตรฐานและบางคนมีทัศนคติตรงกันข้ามอาจส่งผลกระทบกับบริษัทได้เหมือนกันฉะนั้นแล้วเราต้องทำตัวเป็นกลางรู้จักแยกแยะเป็นการช่วยคัดกรองได้อย่างดี สรุป Gen Z นั้นเป็นตัวแทนคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและทักษะที่ตรงกับตำแหน่งหน้าที่ๆองค์กรต้องการและยังมีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนงานมากกว่าคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ พนักงานก็มีคุณภาพที่ดีโดยที่บริษัทไม่ต้องเสียเวลาเรียกสัมภาษณ์งานเองเพราะเราเลือกคนได้ตรงตามที่บริษัทต้องการโดยไม่ถูกหลอกลวงเพราะเรามีประสบการณ์ในการทำงานมากพอรวมถึงผลงานที่ผ่านมาก็สำเร็จก่อนเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ด้วยอีกอย่างบริษัทมีการจดทะเบียนถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

More
articles

GEN Z Manpower คือ ผู้นำระดับโลกในธุรกิจการให้บริการการจ้างงานในกลุ่ม GENZ ผู้โลดแล่นอยู่ในวงการ HR มายาวนานถึง 16 ปี

ที่อยู่

89 อาคารเจ้าพระยาทาวเวอร์ ชั้น 2 ห้อง 202 ซอยวัดสวนพลู ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

ติดต่อเรา

Phone : 09-2916-8989 คุณจอย
095-165-2121 (คุณบอย)
093-807-9791 (ดร.ปู)
Line : @genzmanpower
Email : genzmanpower@gmail.com
Facebook : Gen Z Manpower