AI ไม่ได้มาแทนคน แต่ถ้าใช้เป็น…จะช่วยให้ “เข้าใจคน” ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในสายงาน HR ที่ต้องจัดการกับคนหลากหลายรุ่น หลากหลายความคิด การใช้ AI อย่างชาญฉลาดจึงกลายเป็นหัวใจใหม่ของการบริหารคนในยุคดิจิทัล ![]()
![]()
1. วิเคราะห์ข้อมูลพนักงานเชิงลึก (People Analytics)
AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการทำงาน พฤติกรรม การลางาน ไปจนถึงระดับความพึงพอใจ เพื่อให้ HR เห็นภาพรวมของสุขภาวะองค์กร (Well-being) และแนวโน้มการลาออกได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลพนักงานได้ตรงจุดมากขึ้น ![]()
2. ปรับแต่ง Learning Path อัตโนมัติ
ระบบ AI ช่วยแนะนำคอร์สเรียนหรือกิจกรรมพัฒนาศักยภาพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น Skill ที่ขาด หรือความสนใจเฉพาะทาง ลดภาระ HR และเพิ่มโอกาสให้คนในองค์กรเติบโตอย่างมีเป้าหมาย ![]()
![]()
3. ตรวจจับ Early Warning Signs ด้าน Mental Health
ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมในแชท การตอบแบบสำรวจ หรือระดับ Engagement AI สามารถแจ้งเตือนความเสี่ยงเรื่องสุขภาพจิตล่วงหน้า ทำให้ HR เข้าดูแลได้ก่อนเกิดปัญหาใหญ่ ![]()
![]()
4. สัมภาษณ์อัตโนมัติแบบไม่ไร้หัวใจ
AI สามารถช่วยกลั่นกรอง Resume และสัมภาษณ์เบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องไม่ลืมเพิ่มองค์ประกอบของ “Empathy” ลงไปด้วย เช่น การวิเคราะห์ภาษากายหรือโทนเสียง เพื่อให้ยังคงเข้าใจ “ความเป็นมนุษย์” อยู่เสมอ ![]()
![]()
สรุป:
AI ไม่ได้ลดบทบาท HR แต่ช่วยยกระดับ “ความเข้าใจในตัวคน” ให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อเทคโนโลยีทำงานหนักแทน เราจะมีเวลามากขึ้นในการ “ใส่ใจ” คนให้ลึกขึ้นอย่างแท้จริง ![]()

